วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อุปกรณ์เสริมMiLi Power Crystal แบตเตอรี่สำรองของโทรศัพท์มือถือ

MiLi Power Crystal แบตเตอรี่สำรองภายนอก สำหรับโทรศัพท์มือถือทั่วไป สมาร์ทโฟน รวมถึงอุปกรณ์ความบันเทิง เครื่องเล่น MP3, MP4 หรือ กล้องดิจิตอล มีหัวต่อมาให้เลือกใช้ทั้งหมด 6 แบบ สามารถชาร์จได้กับ โทรศัพท์ Nokia, Samsung, LG, Blackberry, iPod และ iPhone

MiLi Power Crystal ดีไซน์สวยงาม สะดวกในการพกพาไปได้ทุกที่ ให้ความจุแบตเตอรี่ 2000 mAh ใช้งานง่ายเพียงต่อสาย USB เข้ากับหัวต่อแต่ละแบบไปยังโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ก็เริ่มทำการชาร์จประจุให้ในทันที มีไฟ LED แสดงสถานะระดับพลังงานแบตเตอรี่ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว และ สีดำ ราคา 1,290 บาท
รายละเอียด MiLi Power Crystal

แบตเตอรี่ความจุ 2000 mAh
จ่ายกระแสไฟเข้า/ออก สูงสุด 5V/1A
ระยะเวลาการชาร์จแบตเตอรี่ 4.5 ชั่วโมง
ขนาดตัวเครื่อง 88 x 54 x 16 มิลลิเมตร
มีไฟ LED 4 ดวง แสดงระดับพลังงานแบตเตอรี่
ที่มา siamphone

รู้เท่าทัน แพกเกจโมบายอินเทอร์เน็ต

กระแสที่ฮิตฮอตสุดๆ ของคนไทยหัวใจดิจิตอลตอนนี้ หนีไม่พ้น อุปกรณ์อะไรก็ได้ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ มีตั้งแต่สมาร์ทโฟนที่นิยมใช้กันมากสำหรับหนุ่มสาวช่างเจรจาอย่างบีบี หรือจะเป็นคนที่ชอบเอนเตอร์เทนอย่างไอโฟน ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นิสต์ที่ชอบโลกโมบิลิตี้ ก็จะต้องจับจองแอร์การ์ดเป็นอาวุธคู่กาย โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ เสพข้อมูลบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก

'ยูทูป ได้พลิกโฉมหน้าการบริโภคคอนเทนต์ที่เป็นเท็กซ์เบสบนอินเทอร์เน็ตไปอีกสเต็ปหนึ่ง' ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าถึงปรากฎการณ์บริโภคคอนเทนต์บนอินเทอร์เน็ตให้ฟัง

สอดคล้องกับ ปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานบริการเสริม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ที่ระบุว่าอัตราเติบโตของโมบายล์อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ทั้งที่เชื่อมต่อโดยตรงผ่านมือถือและดีไวซ์ต่างๆ อาทิ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และส่วนที่เชื่อมต่อผ่านโน้ตบุ๊กอย่างแอร์การ์ด
จึงไม่ต้องแปลกใจที่จะเห็นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือพากันแข่งออกแพกเกจดาต้าในรูปแบบต่างๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคในแต่ละเซกเมนต์ตามดีไวซ์ มีตั้งแต่แพกเกจเสริม ไล่ไปจนถึงแพกเกจพิเศษสำหรับสมาร์ทโฟนแต่ละยี่ห้อ คำถามที่เกิดขึ้นตามมาว่า จะเลือกใช้แพกเกจดาต้าแบบใดดีถึงจะเหมาะกับกำลังทรัพย์ และไลฟ์สไตล์

ตัวแปรสำคัญที่จะช่วยตอบโจทย์ว่า จะเลือกใช้แพกเกจดาต้าแบบไหนดีนั้น เริ่มจากศึกษาความพร้อมของโครงข่ายสื่อสารข้อมูลของผู้ให้บริการที่จะรองรับกับแบนด์วิธของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมีมากน้อยเพียงใด

เทคโนโลยีสื่อสารข้อมูลบนโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ GSMในไทยมีให้บริการ 3 ราย คือเอไอเอส ดีแทค และ ทรูมูฟ ซึ่งทั้ง 3 ค่ายต่างพัฒนาเทคโนโลยีโครงข่ายของตนขึ้นมาเป็นระดับ 2.75 G ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่เรียกว่า General Package Radio Service (GPRS) มีความเร็วส่งข้อมูลอยู่ประมาณ 115 กิโลบิตต่อวินาที กับ Enhanced Data Rate for Global Evolution (EDGE) มีความเร็วส่งข้อมูลประมาณ 220 กิโลบิตต่อวินาที
และเพื่อรองรับกับแนวโน้มการเติบโตของสมาร์ทโฟนที่จะทำให้ความต้องการแบนด์วิธบนโครงข่ายสื่อสารข้อมูลเพิ่มขึ้น

เอไอเอสเลือกที่จะลงทุนขยายประสิทธิภาพ EDGE ที่มีอยู่ให้ขึ้นเป็น EDGE+ (EDGE Plus) เพื่อให้สามารถใช้งานแบบมัลติทาสกิ้ง หรือใช้งานได้หลายอย่างพร้อมๆ กัน เช่นใช้งานทั้งอินเทอร์เน็ตและบริการทางด้านเสียงได้ โดยมีความเร็วในการรับและส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตใกล้เคียงกันประมาณ 271 กิโลบิตต่อวินาที ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงของการปรับปรุงเครือข่าย ตามแผนเอไอเอสคาดว่าจะสามารถรปรับโครงข่ายให้รองรับ EDGE+ ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่ดีแทคก็เลือกที่จะขยายช่องสัญญาณ EDGให้เพิ่มขึ้นโดยจะใช้เม็ดเงินลงทุนจนถึงสิ้นปีที่ 1 พันล้านบาท

ขณะที่กำลังเกิดสุญญากาศ 3G ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะมีความเร็วสูงสุด 7.2 เมกะบิตต่อวินาทีภายใต้เทคโนโลยีที่เรียกว่า High-Speed Downlink Packet Access (HSDPA) มีความเร็วของการสื่อสารสูงกว่า EDGE ถึง 36 เท่า หรือเร็วกว่า GPRSถึง 100 เท่า ผู้ให้บริการทั้ง 3 ค่ายมีเพียงเอไอเอสที่สามารถคิดค่าบริการ 3G บนความถี่ 900 MHz เดิมในขณะที่ดีแทคและทรูมูฟทำได้แค่ทดลองบริการ HSPA 3G บนความถี่ 850 MHz

เอไอเอสเปิดให้บริการโครงข่าย 3G ที่เชียงใหม่, ชลบุรี และหัวหิน ส่วนในกรุงเทพฯ มีให้บริการแถวสยามพารากอนกับที่เซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนดีแทคมีการปูพรมติดตั้งสถานีฐานในพื้นที่กรุงเทพฯ ครอบคลุมพื้นที่สยามสแควร์ อโศก สามย่าน ราชเทวี ประตูน้ำ โดยดีแทคเปิดให้ทดลองให้ลูกค้าจำนวนหนึ่งทดลองใช้ฟรี แต่ยังไม่ได้เปิดให้ผู้ใช้บริการระบบ 2Gได้ทดลองใช้บริการแต่ประการใด

ส่วนโครงข่าย 3G ของทรูมูฟมีสถานีฐานมากที่สุดตอนนี้ คือ มีถึง 600 สถานีฐาน ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ จังหวัดชลบุรี หัวหิน เชียงใหม่ มีความเร็วในการรับส่งข้อมูล 7.2 เมกะบิตต่อวินาที ทำให้ทรูมูฟกลายเป็นผู้ให้บริการมือถือที่มีโครงข่ายสื่อสารข้อมูลได้เปรียบกว่าเอไอเอส ดีแทคอยู่หลายขุม

สิ่งที่ทำให้โครงข่ายโทรศัพท์มือถือของทรูมูฟแตกต่างจากโครงข่ายของเอไอเอสและดีแทคไปอีกขั้นหนึ่ง อยู่ตรงที่การคอนเวอร์เจนซ์โครงข่ายสื่อสารข้อมูลไร้สาย 'ไวไฟ' ของกลุ่มทรู ที่มีความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลอย่างต่ำ 1 เมกะบิตต่อวินาที โดยมีจุดฮอตสปอตกระจายตัวในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศกว่า 18,000 จุดทำให้ทรูมูฟกลายเป็นโครงข่ายเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ครบเครื่องมากที่สุด

จากความพร้อมของโครงข่ายดังกล่าว ทำให้ ทรูมูฟเป็นโครงข่ายที่มีเหมาะสมกับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนยี่ห้อดังอย่าง ไอโฟน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ทำให้ไอโฟนของทรูมูฟสามารถเข้าถึงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วกว่าใคร โดยตัวเครื่องไอโฟนจะดึงสัญญาณโครงข่ายที่แรงที่สุดมาใช้งานอัตโนมัติ แถมแพกเกจราคาก็ไม่ได้ต่างจากเอไอเอส หรือดีแทคมากนัก

ส่วนแพกเกจสมาร์ทโฟน 'แบล็กเบอรี่' ความเร็วของการใช้เครือข่ายไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากแบล็กเบอรี่ใช้แบนด์วิธในการใช้ข้อมูลไม่มาก โดยเฉพาะ 'บีบีเอ็ม' เป็นการส่งเท็กซ์ หรือรูปภาพที่ส่งก็มีขนาดไม่ใหญ่มาก ปัจจัยสำคัญในการเลือกแพกเกจของค่ายใดอยู่ตรงที่ พื้นที่บริการของเครือข่ายเป็นสำคัญ เนื่องจากผู้ใช้มีพฤติกรรมส่งข้อมูลเล็กๆ ต่อเนื่องทุกที่ทุกเวลา ถ้าเลือกแพกเกจที่เก็บตามจำนวนข้อมูลดาวน์โหลดเป็นเมกะบิตคุ้มค่ากว่าคิดเป็นนาที ซึ่งแพกเกจของเอไอเอสหรือดีแทคน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี

ส่วนแพกเกจดาต้าสำหรับผู้ใช้แอร์การ์ด อาจเริ่มจากเน็ตซิมที่เน้นใช้งานดาต้าอย่างเดียว ทั้งนี้ควรเลือกแพกเกจตามพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต ควบคู่กับ พื้นที่ที่ใช้งานบ่อยๆ ถ้านิยมดาวน์โหลดโน่นนั้นนี่จำนวนมากๆ ควรเลือกแพกเกจแบบใช้งานไม่จำกัดน่าจะคุ้มค่าที่สุด แต่ถ้าเป็นคนใช้งานเช็กเมล์ไม่มาก เข้าเว็บต่างๆ ไม่นิยมโหลดข้อมูล ซื้อแพกเกจดาต้า 100-200 เมกะบิตน่าจะเอาอยู่

สถิติที่รวบรวมจากผู้ให้บริการมือถือระบุว่า คนใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปมักจะใช้ข้อมูล 100-200 เมกะบิตต่อเดือน ส่วนวิธีคิดเงินเป็นนาทีนั้น ไม่เหมาะกับพื้นที่ให้ความเร็วแค่ GPRS ซึ่งค่อนข้างช้า หนึ่งนาทีอาจจะโหลดข้อมูลไม่ได้มาก ยิ่งเป็นพื้นที่มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถืออย่างหนาแน่น (วอยซ์) ทำใจได้เลยว่า ระบบจะลดความเร็ว GPRSหรือ EDGE ลงเพื่อให้ผู้ใช้บริการทางด้านเสียงก่อนแบบอัตโนมัติ ส่วนแพกเกจนั้นมีบริการเตือนกรณีใช้งานเกินก็จะทำให้สามารถบริหารการใช้งานได้ตรงตามงบ ที่สำคัญควรดูอัตราค่าบริการส่วนเกินว่า เป็นเท่าไรด้วยจะได้งบไม่บายปลาย

เทคนิคการเลือกแพกเกจดาต้านี้น่าจะพอเป็นไอเดียถึงวิธีเลือกแพกเกจในตลาดที่มีเยอะมากจนตัดสินใจไม่ถูก

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

แอลจีฝัน "คอนเทนต์" ดันตลาดทีวีอินเทอร์เน็ตโต

แอลจีฝัน "คอนเทนต์" ดันตลาดทีวีอินเทอร์เน็ตโต บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบประสบการณ์การรับชมโทรทัศน์รูปแบบใหม่อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วย LG INFINIA SMART TV โดยจับมือเนชั่น แชนแนล และเอ็มไทย พัฒนาเอ็กซ์คลูซีฟ คอนเทนต์สำหรับอินเทอร์เนตทีวีเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
แอลจีจับมือเนชัน ชาแนล และเอ็มไทย ดอทคอมเปิดตัวคอนเทนต์อินเตอร์เน็ตทีวีเป็นครั้งแรกของไทย ภายใต้คอนเซ็บต์ "LG Infinia smart TV" เตรียมพร้อมเสิร์ฟคอนเทนต์เพิ่มให้กับผู้ใช้งานในปี 54 อีก 12 ค่าย มั่นใจ"คอนเทนต์"จะช่วยดันตลาดทีวีอินเทอร์เน็ตโตแน่ปีหน้า
เฮียน วู (ฮาเวิร์ด) ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อิเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า นี่ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการพัฒนาคอนเทนต์อินเทอร์เน็ตทีวีเวอร์ชันภาษาไทย โดยแอลจีได้ร่วมมือกับเนชัน ชาแนล และเว็บไซต์เอ็มไทย ดอทคอม ในการนำเสนอคอนเทนต์เพื่อคนไทย ภายใต้แนวคิด 4C คือ Content (คอนเทนต์ที่หลากหลาย), Convenience (ความสะดวกสบาย), Connectivity (รองรับการเชื่อมต่อ) และ Charming (ดีไซน์สวย ล้ำสมัย)

"แอลจีมองเฉพาะคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข่าว และความบันเทิง การทำคอนเทนต์บนทีวีจำเป็นต้องเลือกหน่วยงานที่เน้นการนำเสนอผ่านวิดีโอคลิป เพราะมีความน่าสนใจกว่าคอนเทนต์ที่เป็นตัวหนังสือ ในส่วนของเอ็มไทย ดอทคอมนั้นเป็นเว็บพอร์ททัลที่มีความหลากหลายในการนำเสนอเนื้อหา และเป็นเว็บไซต์ที่อยู่คู่คนไทยมานาน อีกทั้งยังมีการนำเสนอเนื้อหาผ่านวิดีโอคลิปค่อนข้างมาก โดยจะมีคลิปวิดีโอดูดวงจากอาจารย์คฑา ชินบัญชร, เคล็ดลับความสวยความงาม, เทคโนโลยี, สัตว์เลี้ยง และสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ครบ" เฮียน วู (ฮาเวิร์ด) ลี กล่าว

LG Infinia smart TV เป็นแอปพลิเคชันทีวีรุ่นใหม่ของแอลจีที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตคอนเทนต์ต่างๆ ผ่านฟีเจอร์ NetCast ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างงายดายเพียงกดปุ่ม NetCast โดยทีวีรุ่นเล็กสุดที่รองรับคอนเทนต์ดังกล่าวจะมีขนาดเริ่มต้นที่ 32 นิ้ว และราคาเริ่มต้นที่ 22,900 บาท

ในระยะแรก LG Infinia smart TV พร้อมให้บริการทั้งหมด 10 คอนเทนต์ โดยแบ่งเป็นของไทย 2 คอนเทนต์คือเนชัน ชาแนล และเว็บไซต์เอ็มไทย ดอทคอม อีก 8 คอนเทนต์เป็นของต่างประเทศ ได้แก่ Youtube, Facebook, Twitter, Accedo, Google Maps, Vtuner, Accu Weather และ Picasa

"ในปี 54 เราเตรียมออกคอนเทนต์เพิ่มอีก 12 คอนเทนต์ แบ่งเป็นคอนเทนต์ไทย 5 และคอนเทนต์ต่างประเทศ 7 แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าคอนเทนต์อะไร เนื่องจากเป็นข้อตกลงที่วางไว้กับพาร์ทเนอร์"

ปัจจุบันแอลจีมีส่วนแบ่งทางตลาดรวมทีวีอยู่ที่ 22% คาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมีเพิ่มเป็น 25% คิดเป็นมูลค่า 7,200 ล้านบาท แอลจีตั้งใจว่าการเปิดตัวคอนเทนต์อินเตอร์เน็ตทีวีเวอร์ชันภาษาไทยจะเป็นตัวผลักดันให้แอลจีมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 28% ในปี 54
แอลจีฝัน "คอนเทนต์" ดันตลาดทีวีอินเทอร์เน็ตโต
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

โซนีเปิดตัว "NXCAM" กล้องวิดีโอระดับโปร เปลี่ยนเลนส์ได้

โซนีเปิดตัว "NXCAM" กล้องวิดีโอระดับโปร เปลี่ยนเลนส์ได้ โซนีประเทศญี่ปุ่นประกาศเปิดตัวกล้องวิดีโอแฮนดิแคม "NXCAM" สำหรับโปรเฟสชันนอล ที่ใช้เลนส์ E-Mount (ก่อนหน้านี้โซนีเคยเปิดตัว NEX VG10 กล้องวิดีโอเปลี่ยนเลนส์ได้ระดับคอนซูมเมอร์ออกมาวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว) โดยจะใช้ซูเปอร์เซ็นเซอร์แบบ CMOS ขนาด 35มม. และสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบไฟล์ AVCHD ความละเอียด 1080p (60P/30P/24P หรือ 50p/25p) รวมถึงไฟล์ MPEG-4 AVC/H.264. ได้

โดยจะวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นกลางปี 2011 ในราคาประมาณ 3,500เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 126,000 บาท

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

โซนีส่งเครื่องอ่านอีบุ๊ก 5 นิ้วบุกญี่ปุ่น

โซนีส่งเครื่องอ่านอีบุ๊ก 5 นิ้วบุกญี่ปุ่น โซนีประกาศเปิดตัวเครื่องอ่านอีบุ๊ก Sony Reader 2 รุ่นใหม่สู่ตลาดบ้านเกิด คือ PRS-350 และ PRS-650 อีบุ๊กหน้าจอ 5 และ 6 นิ้วที่โซนีเชื่อว่าจะสามารถเอาใจหนอนหนังสือที่ต้องการอุปกรณ์พกพาที่ทำงานอย่างอื่นได้นอกเหนือจากการอ่าน งานนี้โซนีพร้อมบุกตลาดญี่ปุ่นเต็มตัวด้วยการยกพลเครื่องอ่าน 6 รุ่นซึ่งโซนีกำลังทำตลาดในสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ในขณะนี้ มาเสริมตลาดเพื่อเป็นตัวเลือกแก่ผู้บริโภคแดนอาทิตย์อุทัย

โซนีมีแผนเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องอ่านอีบุ๊ก 2 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ในเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี (ตั้งแต่ปี 2007) ที่โซนี่ใช้ญี่ปุ่นเป็นตลาดเปิดตัวเครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นใหม่ หลังจากที่โซนีชะลอการทำตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กในบ้านเกิดลง
PRS-350 Reader Pocket Edition เป็นเครื่องอ่านอีบุ๊กขนาด 5 นิ้วที่มาพร้อมหน้าจอหมึกอีเล็กทรอนิกส์เทคโนโลยีของ E-Ink Corporation ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับ Amazon Kindle DX และ Kindle 3 ของอเมซอน หน่วยความจำรวม 2GB แต่สามารถเข้าถึงได้ 1.4GB มาพร้อมพอร์ต microUSB เพื่อการถ่ายโอนข้อมูลภาพและไฟล์อีบุ๊ก ขนาดเครื่อง 104.3x145x8.5 มม น้ำหนัก 155 กรัม

สำหรับ PRS-650 Reader Touch Edition มีหน้าจอใหญ่กว่า 350 ที่ 6 นิ้ว มีช่องต่อการ์ดหน่วยความจำ Memorystick PRO และ SD card ผู้ใช้สามารถฟังเพลงได้เพราะตัวเครื่องมีช่องต่อหูฟังขนาด 2.5 นิ้ว ทั้งหมดนี้ทำให้ 650 มีขนาดใหญ่กว่า 350 ที่ 118.8×168.0×9.6 มม น้ำหนัก 215 กรัม

รายงานระบุว่า เครื่องอ่านของโซนีสามารถรองรับไฟล์อีบุ๊กมาตรฐาน XMDF ซึ่งนำทีมการพัฒนาโดย Sharp ได้ด้วย ทำให้สามารถแสดงผลหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ภาษาญี่ปุ่นได้ดี จำหน่ายพร้อมปากกาสไตลัสเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดโน้ตได้ทันใจ

โซนียังประกาศให้บริการร้านหนังสืออีบุ๊ก Reader Store แก่ชาวญี่ปุ่น ซึ่งก่อนหน้านี้ให้บริการเฉพาะในสหรัฐฯและแคนาดาเท่านั้นบนปริมาณหนังสือทั้งสิ้น 20,000 เล่ม เบื้องต้น โซนีคาดว่าจะวางจำหน่าย PRS-350 ในราคา 20,000 เยน และ PRS-650 ในราคา 25,000 เยน (ประมาณ 7,200-9,000 บาท) กำหนดการจำหน่ายคือวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ผ่านร้านค้าปลีกมากกว่า 300 แห่งทั่วญี่ปุ่น

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซด์ FlashSanook แฟลชเกมสนุกของคนออนไลน์