วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

วงการโทรคมนาคมปี'54 คึกคัก ประเดิม 3 จีทีโอทีทั่วประเทศ-เอชเอสพีเอ

หลังกระบวนการประมูลใบอนุญาต 3จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ต้องยุติลงตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ย.2553 ที่มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไอเอ็มที ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์โดยให้ กทช. ระงับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไอเอ็มที ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ และการดำเนินการต่อไปตามประกาศดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
เวลานั้นความหวังที่จะได้ใช้เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จีทั่วประเทศเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อม กระทั่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ขยายโครงข่าย 3จีทั่วประเทศภายใต้งบดำเนินงาน 19,980 ล้านบาท แบ่งเป็นการประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง 17,440 ล้านบาท อัพเกรดโครงข่ายเดิมของบริษัท เอซีที โมบายในระบบ 2 จีเป็น 3 จีราว 2,000 ล้านบาท และงบสำรอง 540 ล้านบาท

กระบวนการประกวดราคาโครงการจัดสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี ทีโอที ทั่วประเทศ มูลค่าโครงการ 17,440 ล้านบาท คืบหน้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดขายซองประมูลในวันที่ 14 ธ.ค. 2553 และรับยื่นซองพร้อมเอกสารเพื่อเข้าร่วมประมูลในวันที่ 10 ม.ค. 2554 กระทั่งประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติผ่านเข้าร่วมประมูลในวันที่ 18 ม.ค. 2554

แม้ระหว่างกระบวนการจะมีผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติให้เข้าร่วมประมูลยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อขอให้ระงับการประมูลโครงการ 3จีทีโอทีออกไปก่อน ทว่าหนึ่งวันก่อนประมูลศาลได้มีคำสั่งยกคำขอกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนพิจารณาคดีของผู้ฟ้องคดี ทำให้ทีโอทีสามารถจัดประกวดราคาโครงการจัดสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี ทีโอที ทั่วประเทศได้

โดยการประกวดราคาโครงการจัดสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี ทีโอที ทั่วประเทศ ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (อี-อ๊อคชั่น) ในวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา คอนซอร์เตียมเอสแอล ประกอบด้วยบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท หัวเว่ย จำกัด บริษัท โนเกีย-ซีเมนส์ จำกัด ใช้รหัสประมูล GGG222 เสนอราคาต่ำสุดที่ 16,290 ล้านบาท ลดลงจากราคากลาง 1,150 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6.59% ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้เป็นการเสนอให้รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่เซ็นอนุมัติ โดยตามกำหนดการจะลงนามในสัญญาว่าจ้างได้ประมาณกลางเดือนก.พ. และในเดือนเม.ย.นี้จะสามรถเปิดให้บริการ 3 จีทีโอทีในบางพื้นที่เพิ่มเติมได้ พร้อมเปิดบริการครอบคลุมทั่วประเทศใน 1 ปี

ภายหลังการประกวดราคาเสร็จสิ้น นายนพณัฏฐ์ หุตะเจริญ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า ราคาประมูลที่ได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งทุกขั้นตอนดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ซึ่งราคาที่ได้ในวันนี้ตามขั้นตอนยังมีการต่อรองราคากันอีกครั้ง

ความหวังที่จะได้ใช้เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จีทั่วประเทศของคนไทยกลับมาอีกครั้ง หากการดำเนินงานโครงการนี้ไม่มีเหตุให้สะดุดล้มไปก่อน

ขณะที่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการโทรคมนาคมไม่น้อยไปกว่าการประมูลโครงการ 3จีของทีโอที เมื่อนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท เซ็นสัญญาให้ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เช่าใช้โครงข่ายเพื่อให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นเวลา 15 ปี ภายหลังจากบมจ.ทรูฯ เข้าซื้อกิจการของกลุ่มบริษัท ฮัทช์สัน ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนระบบซีดีเอ็มเอภายใต้แบรนด์ ฮัทช์ ใน 25 จังหวัด ด้วยมูลค่า 6,300 ล้านบาท โดยการลงนามในสัญญาดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา

ตามข้อตกลงในสัญญาซึ่ง กสท ได้ลงนามกับ ทรู มีด้วยกัน 2 ส่วน ประกอบด้วย 1. สัญญาโอนถ่ายลูกค้าที่ใช้ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ซีดีเอ็มเอ แบ่งเป็น สัญญาดูแลลูกค้าเพื่อถ่ายโอนไปยังเทคโนโลยีเอชเอสพีเอ และสัญญาที่ดูแลโครงข่ายเดิมในระบบซีดีเอ็มเอ ซึ่งเป็นสัญญาที่มีอายุ 2 ปี และ 2. สัญญาให้ดำเนินการธุรกิจระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จีแบบเอชเอสพีเอ แบ่งเป็นสัญญาเช่าใช้อุปกรณ์บางส่วนในการใช้บริการเครือข่ายโทร
ศัพท์เคลื่อนที่ระบบเอชเอสพีเอ และสัญญาขายส่ง-ขายปลีก ซึ่งเป็นสัญญาที่มีอายุ 15 ปี

ดังนั้นในช่วงครึ่งปีแรกของวงการโทรคมนาคมจะมีการลงทุนเพื่อขยายโครงข่ายทั้งจากโครงการ 3จีทีโอที และการอัพเกรดเทคโนโลยีบนคลื่นความถี่เดิมเพื่อให้บริการ 3 จี ด้วยเทคโนโลยีเอชเอสพีเอ

ส่งผลให้เพียงแค่เดือนแรกของปี 2554 วงการโทรคมนาคมก็ก้าวเข้าสู่เทคโนโลยี 3 จีใน 2 รูปแบบ สร้างความคึกคักให้กับวงการสื่อสารโทรคมนาคมไทยอย่างมาก.
ที่มา เดลินิวส์

วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554

Sony Ericsson PlayStation Phone มีพรีวิวออกมาแล้ว

หลังจากมีภาพออกมาให้เห็นพร้อมกับรายละเอียดเบื้องต้นกันบ้างแล้ว สำหรับ Sony Ericsson Xperia Play หรือ PlayStation Phone คราวนี้มาพบกับพรีวิวตัวเครื่องกันบ้าง ก่อนจะนำไปเปิดตัวในงาน MWC 2011 ที่จะจัดขึ้นเร็วๆ นี้
PlayStation Phone ทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เวอร์ชั่น 2.3 Gingerbread หน่วยประมวลผล Qualcomm MSM8655 ความเร็ว 1 GHz, RAM 512MB หน้าจอแสดงผล ระบบสัมผัสมัลติทัช ความละเอียด 854 x 480 พิกเซล ขนาด 4 นิ้ว พร้อมแป้นปุ่มกดควบุคมเล่นเกมส์คล้าย PSP Go แบบสไลด์ทางด้านข้าง
PlayStation Phone ติดกล้องถ่ายรูปด้านหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และมีกล้องหน้า มีไมโครโฟนเสียง 2 ตัวหน้า-หลัง บันทึกวีดีโอความละเอียด 800 x 480 พิกเซล ซึ่งจะได้รับการปรับปรุงคุณภาพไปที่ความละเอียดระดับ HD ก่อนวางจำหน่าย การเชื่อมต่อผ่านช่องเสียบ Micro USB, ชุดหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร เพิ่มเติมหน่วยความจำด้วยการ์ด MicroSD แบตเตอรี่ขนาดความจุ 1500 mAh
Xperia Play: third party PSX and GBA emulators

Sony Ericsson PlayStation Phone มีพรีวิวออกมาแล้ว
ที่มา siamphone

พานาโซนิคใช้กล้องตระกูล G หวังดันตลาดโต

พานาโซนิครุกตลาดกล้องดิจิตอลรับพุทธศักราชใหม่ เปิดตัวกล้องมิรเรอร์เลสตอบรับแนวคิด "New Generation System Camera" ด้วย GF2 กล้องที่เล็ก เบาที่สุดในโลก และ GH2 กล้องที่มีออโต้ โฟกัส สปีดเร็วที่สุดในโลก ตั้งเป้าปี 54 กล้องตระกูล G จะช่วยดันตลาดกล้อง DSLR ให้โตติดอันดับ 1 ใน 3

ฮิโรทากะ มุราคามิ ซีอีโอกลุ่มบริษัทพานาโซนิค ประเทศไทยกล่าวว่าในปี 2554 พานาโซนิคตั้งเป้าว่าจะขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของกลุ่มกล้อง DSLR ในประเทศไทย และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 8% จากเดิมที่ปี 2553 เคยทำไว้ 5%

ในต้นปีนี้เราได้มีการเปิดตัวกล้องดิจิตอลตระกูล G Series ซึ่งถือเป็นเรือธงของบริษัท ที่จะช่วยผลักดันตลาดรวมกล้องดิจิตอลให้มีการเติบโตสูงขึ้น โดยคาดการณ์ว่าในช่วงเดือนแรกของการเปิดวางจำหน่าย จะสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 1,000 ตัว

โดยกล้องที่นำมาเปิดตัวในวันนี้เป็นกล้องตระกูลมิรเรอร์เลส (Micro 4/3) ทั้งหมด 2 รุ่นคือ GF2 ที่ทำมาเพื่อต่อยอดความสำเร็จของ GF1 กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ที่เล็กและเบาที่สุดในโลก (112.8x67.8x32.8มม. หนัก 265กรัม) ใช้เซ็นเซอร์ Live Mos ความละเอียด 12.1ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพนิ่งระบบ 3มิติ, บันทึกวิดีโอความละเอียด Full HD 1920x1080, 50i และใช้ชัตเตอร์ระบบสัมผัส บนหน้าจอขนาด 3 นิ้ว อีกรุ่นหนึ่งคือ GH2 กล้อง Live Speed AF ที่เร็วสุดในโลกเพียง 0.1วินาที ใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 18.31 พิกเซล ค่าความไวแสงสูงสุด 12800 หน้าจอระบบสัมผัสที่ปรับหมุนได้ และการบันทึกวิดีโอความละเอียด Full HD 1920x1080, 50i

กล้องพานาโซนิค GF2 วางจำหน่ายแล้วในราคา 25,990 บาท พร้อม 14mm./F2.5 ASPH และ GH2 ราคา 59,990 บาท (เฉพาะบอดี้)

"ปัจจุบันตลาดกล้องตระกูลมิรเรอร์เลสในประเทศไทยมีการแข่งขันกันสูง บริษัทจึงต้องพยายามสื่อสารกับผู้บริโภคให้เห็นถึงข้อดีของกล้องตระกูลนี้ อีกทั้งยังได้มีการทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น มีการนำผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้กล้องมาถ่ายทอดประสบการณ์เพื่อให้ผู้ใช้ได้เห็นภาพโดยตรง นอกจากนี้ยังจะเพิ่มในส่วนของกิจกรรมส่งเสริมการขาย และจำนวนสินค้าในร้านค้าตัวแทนจำหน่าย"

ในส่วนของตลาดรวมกล้องดิจิตอลในเมืองไทย บริษัทตั้งเป้าจะโตขึ้นอีก 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยในปี 2553 ตลาดรวมกล้องดิจิตอลในเมืองไทยอยู่ที่ 1.2 ล้านตัว มูลค่ารวมกว่า 8,200 ล้านบาท คาดการณ์ว่าในปี 2554 จะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.35 ล้านตัว มูลค่ารวมกว่า 9,500ล้านบาท

นอกจากนี้ในครึ่งปีแรกของปี 54 บริษัทยังมีแผนเปิดตัวกล้องดิจิตอลเอสแอลอาร์ 2 รุ่น, คอมแพกต์ 8-9 รุ่น และกล้องวิดีโอ 7 รุ่น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ในทุกๆ เซกเมนต์ รวมถึงเลนส์ถ่ายภาพอีก 8 รุ่น เพื่อรองรับการใช้งานกล้องตระกูล G Series

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

Acer ICONIA - ICONIA Tab เตรียมพบกันในไทยเร็วๆนี้

Acer ICONIA - ICONIA Tab เตรียมพบกันในไทยเร็วๆนี้ เอเซอร์ เตรียมไลน์สินค้ารุกตลาดแท็บเล็ต พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมโน้ตบุ๊กทัชสกรีน 2 หน้าจอ Acer ICONIA และสินค้าตระกูลแท็บเล็ตที่เอเซอร์พร้อมส่งลงตลาดมีทั้งที่เป็นระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7 และระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ในขนาดหน้าจอ 7-10 นิ้ว

ซึ่งทางเอเซอร์ระบุว่า แท็บเล็ต ICONIA Tab ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7 ที่สามารถเชื่อมต่อการใช้งานกับคีย์บอร์ด จะเริ่มทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการภายในเดือนมีนาคมนี้ ขณะที่มีข้อมูลจากทางผู้จัดงานไทยแลนด์ โมบายล์ เอ็กซ์โป ที่จะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ว่าจะมีการนำ Acer ICONIA แบบ 2 หน้าจอมาวางจำหน่าย

สำหรับราคา และวันวางจำหน่ายแน่นอน ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เพราะผลิตภัณฑ์ที่เอเซอร์นำมาโชว์ในขณะนี้ ยังเป็นแบบโปรโตไทป์ ทำให้เครื่องที่วางจำหน่ายจริงอาจมีการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

เบราว์เซอร์ใหม่ติดอาวุธ"ห้ามตามรอย"

โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์พร้อมใจกันติดเครื่องมือเพื่อให้ชาวเน็ตป้องกันตัวเองจากนักโฆษณาออนไลน์ ที่ใช้วิธีลักลอบสอดแนม สะสม และติดตามข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต ก่อนจะเสนอโฆษณาเพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายที่เลือกไว้ เป็นไปตามนโยบายป้องกันการตามรอยของชาวออนไลน์ที่ทางการสหรัฐฯประกาศไว้เมื่อปลายปี 2010 ที่ผ่านมา

เว็บเบราว์เซอร์คือโปรแกรมเปิดเว็บไซต์ที่ชาวออนไลน์ทุกคนต้องใช้เป็นประตูเพื่อเข้าสู่โลกออนไลน์ โดยอเล็กซ์ ฟาวเลอร์ ประธานฝ่ายเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยของมอสซิลา (Mozilla) ผู้สร้างไฟร์ฟ็อกซ์ (Firefox) เบราว์เซอร์ยอดนิยมอันดับ 2 ของโลก ให้ข้อมูลว่าเครื่องมือป้องกันการตามรอยหรือ "Do Not Track" จะเป็นส่วนแรกของนานาคุณสมบัติเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของชาวออนไลน์ที่ไฟร์ฟ็อกซ์จะพัฒนาเพิ่มเติมในอนาคต แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเครื่องมือป้องกันการตามรอยของไฟร์ฟ็อกซ์จะเปิดใช้งานเต็มตัวเมื่อใดในขณะนี้ แม้ข่าวลือจะระบุว่าไฟร์ฟ็อกซ์จะดำเนินการเสร็จในครึ่งแรกของปี 2011

สำหรับกูเกิลโครม (Google Chrome) ผู้ใช้เบราว์เซอร์จากกูเกิลสามารถดาวน์โหลดคุณสมบัติเพิ่มเติมเพื่อปิดกั้นนักโฆษณาได้แล้วในขณะนี้ แต่ยังจำกัดเฉพาะเครือข่ายโฆษณาออนไลน์ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ตั้งค่าส่วนตัวเพื่อกำหนดโฆษณาออนไลน์ที่ต้องการได้เท่านั้น เช่น เครือข่ายของเอโอแอล (AOL), ยาฮู (Yahoo) และกูเกิล (Google) ซึ่งคาดว่าจะมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

ไม่เพียงเบราว์เซอร์น้องใหม่ แต่พี่ใหญ่อย่างไออี (Internet Explorer) เบราว์เซอร์จากไมโครซอฟท์ซึ่งชาวออนไลน์ทั่วโลกใช้งานมากที่สุดในขณะนี้ ก็ถูกยืนยันว่าจะมีเครื่องมือป้องกันการตามรอยมาให้บริการในเวอร์ชันหน้า (IE9) ด้วย โดยจุดต่างคือเครื่องมือในไฟร์ฟ็อกซ์และโครมจะทำงานโดยอัตโนมัติ แต่ในไออี 9 ชาวออนไลน์จะสามารถกำหนดชื่อหรือค้นหาเว็บไซต์ที่ต้องการปิดกั้นได้เอง

การติดเครื่องมือป้องกันการตามรอยในเว็บเบราว์เซอร์เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะนโยบาย "Do Not Track" ที่คณะกรรมการการค้าสหรัฐฯ หรือ FTC เสนอไว้ จุดประสงค์คือเพื่อหาทางออกให้ผู้บริโภคอเมริกันสามารถปกป้องตัวเองให้พ้นจากการตามรอย ซึ่งนักการตลาดส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักใช้การรวบรวมข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต ทั้งข้อมูลประวัติการเข้าเว็บไซต์ การคลิกลิงก์ คำที่ค้นหาบ่อย และการซื้อสินค้าออนไลน์ มาเป็นข้อมูลในการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ก่อนจะนำเสนอโฆษณาออนไลน์โดยไม่สอบถามผู้บริโภคว่าต้องการหรือไม่

จุดนี้ทำให้กรมพาณิชย์สหรัฐฯออกมาประกาศเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้มีการกำหนดแนวทางดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อให้นักโฆษณาออนไลน์ชี้แจงแก่ผู้บริโภคว่าได้ลงมือเก็บข้อมูลการใช้งานใดไปและมีแผนจะนำไปใช้งานอะไร โดยควรเปิดทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถปิดการเก็บข้อมูลได้ รวมถึงการเลือกไม่อนุญาตให้เก็บข้อมูลบางส่วนหรือทั้งหมดได้ ซึ่งบริษัทที่ต้องการเก็บข้อมูล ก็จะต้องดำเนินการอย่างปลอดภัยด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการยกระดับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต แต่ก็เป็นความหวาดหวั่นของวงการโฆษณาออนไลน์ ซึ่งคาดว่าจะสูญเสียรายได้มหาศาลจากการปิดกั้นที่เกิดขึ้น
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซด์ FlashSanook แฟลชเกมสนุกของคนออนไลน์