วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

แอลจี เผยโฉม LG GX500 ทัชโฟน 2 ซิมเต็มรูปแบบ

แอลจี เผยโฉม LG GX500 ทัชโฟน 2 ซิมเต็มรูปแบบ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว LG GX500 ทัชโฟนที่รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดพร้อมกันได้อย่างแท้จริง มอบขีดสุดการใช้งานด้วยทัชสกรีนขนาดใหญ่ และการเข้าถึงโซเชียลมีเดียครบครัน ในดีไซน์หรูหราโฉบเฉี่ยว พร้อมระบบสลับซิมอัตโนมัติที่ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น
แอลจี เปิดประสบการณ์มือถือ 2 ซิมเต็มรูปแบบ ด้วยทัชโฟน LG GX500 ที่ให้คุณโทรออกจากทั้ง 2 หมายเลขได้อย่างสะดวก ด้วยระบบ Dual SIMs Touch UI ที่สลับซิมง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ต่างจากมือถือ 2 ซิมทั่วไปที่โทรออกได้จากซิมหลักเท่านั้น อีกทั้งยังสแตนด์บาย และรับสายเข้าจากทั้ง 2 ซิมพร้อมกันได้สูงสุดถึงครั้งละ 10 สาย
LG GX500 มีดีไซน์เรียบหรูไม่เหมือนใคร ด้วยผิวสัมผัสกึ่งโลหะที่ผสานเส้นสายสีเงินบนตัวเครื่องสีเทา ในรูปทรงเพรียวบางเพียง 12.9 มิลลิเมตร พร้อมจอสัมผัสขนาดใหญ่ 3.2 นิ้ว ที่มีระบบปรับเปลี่ยนทิศทางหน้าจออัตโนมัติตามลักษณะการถือของผู้ใช้ และเมนูที่แบ่งหมวดหมู่ใช้งานง่าย รวมทั้งกล้องดิจิตอล 3 ล้านพิกเซลแบบออโต้โฟกัส

LG GX500 รองรับการใช้งานได้อย่างยาวนานด้วยแบตเตอรี่ Li-Polymer 1,500 mAh ที่เปิดรอรับสายได้สูงสุด 500 ชั่วโมง และสนทนาต่อเนื่องได้ 9.5 ชั่วโมง พร้อมมอบการใช้งานมัลติมีเดียสุดครบครัน ทั้งวิทยุเอฟเอ็ม เครื่องเล่น mp3 ที่มีระบบปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์สำเร็จรูป 5 แบบ และเบราเซอร์ OPERA mini 5.0 นอกจากนี้ยังรองรับ Wi-Fi และเข้าถึงโซเชียลมีเดียอย่าง เฟซบุค และทวิตเตอร์ ได้โดยตรงจากหน้าจอโฮมสกรีน รวมทั้งเพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้ถึง 16 กิกะไบต์

LG GX500 วางจำหน่ายแล้วในราคา 7,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ข้อมูลเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่ www.lg.com/th หรือติดต่อศูนย์บริการแอลจี หมายเลขโทรฟรี 1-800-545454
ที่มา siamphone

Samsung GALAXY Tab เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ

Samsung GALAXY Tab เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ เผยโฉมแล้วอย่างเป็นทางการ สำหรับ Samsung GALAXY Tab อินเตอร์เน็ตแท็บเล็ท ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 2.2 รองรับการสื่อสารผ่านอีเมล, เสียง/วีดีโอคอลล์, รับ-ส่งข้อความSMS/MMS รวมถึงแอปพลิเคชั่นด้านเครือข่ายสังคมออนไลน์ จอแสดงผล กว้าง 7 นิ้ว เหมาะกับการดูหนัง, ฟังเพลง, ดูรูปภาพ, อ่านอีบุ๊ค/เอกสาร, สนับสนุน Adobe Flash Player 10.1 ในการชมเว็บไซต์ รองรับเครือข่าย 3G-HSPA การเชื่อม Wi-Fi 802.11n, Bluetooth 3.0 หน่วยประมวลผล Cortex A8 1 GHz ทำให้การชมวีดีโอมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สนับสนุนวีดีโอในระดับ HD รูปแบบไฟล์ DivX, XviD, MPEG4, H.263, H.264 และ อื่นๆ
คุณสมบัติ Samsung GALAXY Tab

* เครือข่าย EDGE/GPRS (850/900/1800/1900 MHz)
- HSUPA 5.76 / HSDPA 7.2 Mbps (900/1900/2100 MHz)
* จอแสดงผล TFT ระบบสัมผัส Multi-touch zoom
- ความละเอียด 1024 x 600 พิกเซล กว้าง 7 นิ้ว
* ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 2.2 Froyo
* หน่วยประมวลผล 1 GHz
* หน่วยความจำ 16 GB / 32 GB
* การ์ดหน่วยความจำ microSD สูงสุด 32 GB
* กล้องถ่ายรูป 3 ล้านพิกเซล
- พร้อมไฟแฟลช LED
- ระบบออโต้โฟกัส
- บันทึกวีดีโอ ความละเอียด 720 x 480 พิกเซล (30 เฟรมต่อวินาที)
* กล้องด้านหน้า 1.3 ล้านพิกเซล สำหรับวีดีโอคอลล์
* ระบบนำทาง A-GPS
* เครื่องเล่นวีดีโอ Full HD (1080p)
* เครื่องเล่นเพลง MP3, AAC, OGG, WMA, AMR-NB/WB, FLAC, WAV, AC3, MIDI
* แอปพลิเคชั่น Gmail, Google Maps, Latitude, Places
* ขนาดตัวเครื่อง 190.09 x 120.45 x 11.98 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 380 กรัม
* แบตเตอรี่มาตรฐาน 4,000 mAh (เล่นวีดีโอนานสูงสุด 7 ชั่วโมง)
ที่มา siamphone
Samsung GALAXY Tab เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ

เครื่องเล่น iPod nano รุ่นใหม่ มาพร้อมจอสัมผัส

เครื่องเล่น iPod nano รุ่นใหม่ มาพร้อมจอสัมผัส Apple เปิดตัวเครื่องเล่น iPod nano รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมระบบควบคุมสั่งการผ่านจอแสดงผล TFT ระบบสัมผัส ความละเอียด 240 x 240 พิกเซล (220 ppi) กว้าง 1.54 นิ้ว ระบบเซนเซอร์ Accelerometer ขนาดเล็กกระทัดรัด 37.5 x 40.9 x 8.78 มิลลิเมตร น้ำหนัก 21.1 กรัม สะดวกในการพกพากับคลิปหนีบที่ด้านหลังเครื่อง ผลิตออกมาให้เลือก 6 สี (สีขาว, สีเทา, สีฟ้า, สีเขียว, สีเหลือง และ สีชมพู) นอกจากนี้ยังมีสีแดงเป็นรุ่นพิเศษสำหรับ (PRODUCT) Red รองรับไฟล์เสียง AAC, MP3, Apple Lossless, AIFF, WAV และ เครื่องเล่นวิทยุ FM ราคาเริ่มต้น 4,644 บาท โดยประมาณ สำหรับรุ่น 8 GB และ ราคา 5,579 โดยประมาณ สำหรับรุ่น 16 GB

เครื่องเล่น iPod nano รุ่นใหม่ มาพร้อมจอสัมผัส
ที่มา siamphone

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

ตรวจแถว 3 iPod และ Apple TV ใหม่ล่าสุด


ตรวจแถว 3 iPod และ Apple TV ใหม่ล่าสุด Steve Jobs ซีอีโอแอปเปิลขณะเปิดตัว iPod nano หน้าจอทัชสกรีนรุ่นล่าสุด ในที่สุด แอปเปิลก็ยกเครื่องผลิตภัณฑ์เพลงพกพาไอพ็อด (iPod) ใหม่ทุกตระกูลตามความคาดหมาย ทั้ง iPod shuffle ที่แอปเปิลปรับให้มีขนาดเล็กลง (เล็กน้อย) คงความสามารถเดิมแต่ติดตั้งปุ่มควบคุมเอกลักษณ์ของไอพ็อดอีกครั้ง ยังมี iPod nano ที่ทิ้งปุ่มคลิกวิลไปแต่หันมาใช้จอทัชสกรีนแทน และ iPod touch ซึ่งมาพร้อมกล้องหน้าหลังสำหรับทำวิดีโอแช็ตผ่านไว-ไฟ ทั้งหมดเปิดจองแล้วและจะเริ่มจัดส่งสู่ร้านค้าในสหรัฐช่วงสัปดาห์หน้า

สำหรับ Apple TV แอปเปิลดึงฮาร์ดไดร์ฟทิ้งไปแล้วลดราคาครบสูตรตามข่าวลือ

iPod shuffle ยุคที่ 4

ดูเหมือนว่าแอปเปิลจะค้นหาตัวเองพบแล้วสำหรับดีไซน์ของ iPod shuffle เพราะ iPod shuffle ยุคที่ 4 นั้นมีหน้าตาคล้ายกับยุคที่ 2 ซึ่งมีปุ่มวงกลมพร้อมคลิปหนีบติดไว้อีกครั้ง ทำให้เห็นว่า iPod shuffle ยุคที่ 3 ที่แอปเปิลออกแบบให้ไร้ปุ่มและผู้ใช้ต้องควบคุมเครื่องจากเฮดโฟนแทนนั้น "ไม่เวิร์กเท่าไหร่"

รุ่นยุคที่ 4 นั้นมาพร้อมทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส เล็กกว่าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าในรุ่นยุคที่ 2 มีฟีเจอร์อย่าง VoiceOver ซึ่งเพียงกดปุ่ม VoiceOver ก็จะบอกชื่อเพลงและชื่อศิลปินของเพลงที่ฟังอยู่ รวมทั้งสามารถบอกชื่อ playlist และเตือนเวลาแบตเตอรี่อ่อนได้เหมือนกับรุ่นยุคที่ 3 สามารถเล่นเพลงต่อเนื่อง 15 ชั่วโมง มีหลายสีให้เลือกเช่นเดิม มาพร้อมความจุ 2GB จำหน่ายในราคา 49 เหรียญ

สรุปก็คือ iPod shuffle ยุคที่ 4 แทบไม่ต่างอะไรกับยุคที่ 3 เพียงแต่มีขนาดเล็กลง และมีปุ่มเอกลักษณ์ของไอพ็อดอีกครั้ง

iPod nano ยุคที่ 6

ต้องยอมรับว่า iPod nano นั้นมีการเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์อย่างเห็นชัดเจนที่สุดใน 5 ช่วงชีวิตที่ผ่านมา ครั้งหนึ่งเคยสูงชะลูด อีกครั้งอ้วนป้อม จากนั้นก็บางลงพร้อมหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ก่อนจะถูกแอปเปิลติดวิดีโอไว้ให้ในรุ่นปัจจุบัน ล่าสุด iPod nano ยุคที่ 6 นั้นเปลี่ยนโฉมอีกครั้ง และถูกวิจารณ์ว่ามีลักษณะเหมือน iPod shuffle ขนาดยักษ์ที่เขี่ยคลิกวิลทิ้งไปแล้วมีหน้าจอทัชสกรีนขนาด 1.5 นิ้วมาแทน แถมยังมีคลิปให้ผู้ใช้หนีบไว้กับเสื้อผ้าเพื่อการพกพาแสนสะดวก

แอปเปิลระบุว่าการใช้ทัชสกรีนจิ๋วแทนคลิกวิลนั้นทำให้ nano มีขนาดเล็กลง 46% และเบาขึ้น 42% สามารถเล่นเพลงต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง รุ่น 8GB จำหน่ายที่ 149 เหรียญ รุ่น 16GB จำหน่ายที่ 179 เหรียญ

ยังไม่มีข้อมูลที่แน่นอนว่า nano รุ่นใหม่นี้ใช้ระบบปฏิบัติการใด แต่อินเตอร์เฟสหรือส่วนติดต่อผู้ใช้ของ nano นั้นคล้ายกับอินเตอร์เฟสบนอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS อย่างไอโฟนมาก โฮมสกรีนหรือหน้าโปรแกรมเริ่มต้นของ nano นั้นไม่ใช่เมนูตัวเลือกอีกต่อไป แต่เป็นไอคอนซึ่งผู้ใช้สามารถจรดนิ้วบนหน้าจอเพื่อใช้งานโปรแกรมได้เลยเหมือน iPhone เช่น สามารถปาดนิ้วจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายเพื่อใช้งานสกรีนได้ หรือกดค้างเพื่อกลับไปยังหน้าโฮมสกรีน และสามารถปาดนิ้วขึ้นลงบนล่างเพื่อเลือกรายการที่ต้องการ แน่นอนว่ารองรับการสั่งงานด้วยมัลติทัชเช่นกัน

ขณะเล่นเพลง หน้าจอจะแสดงภาพปกอัลบัม สามารถกดหน้าจอเพื่อสั่งเล่นหรือหยุดเพลง มีปุ่มควบคุมระดับเสียงด้านข้างเช่นเดิม

สิ่งที่ไม่เหมือนกับ iPhone และ iPod touch คือ iPod nano นั้นไม่มี accelerometer เพื่อการกลับด้านหน้าจอแนวตั้งแนวนอนตามองศาการถือเครื่องแบบอัตโนมัติ แต่ผู้ใช้สามารถจรดนิ้วบนหน้าจอแล้วหมุนอินเตอร์เฟสตามองศาการมองได้ตามต้องการ นอกจากนี้ iPod nano ใหม่ไม่สามารถบันทึกหรือเล่นวิดีโอได้อีก และมีวิทยุ FM

สิ่งที่ nano ใหม่ต่างจาก shuffle คือสายเชื่อมต่อสู่คอมพิวเตอร์ที่ nano จะต้องใช้สายแบบเดียวกับ iPhone

iPod touch ยุคที่ 4

iPod touch รุ่นใหม่ล่าสุดถูกวิจารณ์ว่าเหมือน iPhone 4 เข้าไปทุกที มาพร้อมหน้าจอเทคโนโลยี Retina Display เหมือนกัน ใช้ชิป A4, มี gyroscope แบบ 3 แกน และมีกล้องหน้าหลังเหมือนกัน (แม้ว่าความละเอียดกล้องจะอยู่ที่เพียง 960x720 ซึ่งน้อยกว่า iPhone 4 มากนัก) ทำให้รองรับการทำวิดีโอแช็ต FaceTime ผ่าน Wi-Fi

สิ่งที่แตกต่างคือความบางกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก่อนนี้ใครว่า iPod touch บางแล้ว รุ่นใหม่ยุคที่ 4 นี้บางและเบายิ่งกว่า

แอปพลิเคชัน FaceTime จะทำให้ผู้ใช้ nano รับสายโทรวิดีโอแชตได้โดยใช้ข้อมูลอีเมลแอดเดรส เสียงพูดจะถูกส่งผ่านไมโครโฟนที่ติดไว้ปลายเครื่อง iPod touch เท่ากับผู้ใช้ไม่ต้องซื้อเฮดโฟนเพิ่มเติม

ระหว่างการเปิดตัว iPod touch จ็อบส์ระบุว่าตลาดเป้าหมายคือตลาดเกมโดยยกตัวอย่างว่าอุปกรณ์เกมของ Nintendo และ Sony ว่าได้รับความนิยมถล่มทลายจนสามารถครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 50% ของตลาดอุปกรณ์พกพา โดยให้ตัวเลขว่าผู้ใช้ iPod touch นั้นดาวน์โหลดเกมและคอนเทนต์ความบันเทิงไปมากกว่า 1.5 ล้านครั้ง

iPod touch รุ่น 8GB จำหน่ายที่ 229 เหรียญ รุ่น 32GB ราคา 299 เหรียญ และรุ่น 64GB ราคา 399 เหรียญ

Apple TV ยุคที่ 2

Apple TV นั้นเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งไม่ว่าแอปเปิลจะปรับลดราคา เพิ่มฟีเจอร์ หรืออัปเดทอินเตอร์เฟสใหม่เท่าไรก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเพราะยังขาดคอนเทนต์ในการดึงดูดผู้บริโภค และราคาแพงเกินไปทั้งในแง่เครื่องและแง่คอนเทนต์

Apple TV ยุคใหม่มีขนาดเพียง 1 ใน 4 ของรุ่นแรก เป็นกล่องสีดำดูสนุกน่าค้นหาและไม่มีฮาร์ดไดร์ฟ ด้านหลังเครื่องมีกลุ่มพอร์ตเชื่อมต่อซึ่งน้อยกว่ารุ่นแรกมากนัก มีข้อแม้ว่าผู้ใช้ต้องมี TV ความละเอียดสูงที่รองรับภาพ HDMI เท่านั้นเพราะ Apple TV มีพอร์ตต่อวิดีโอออกเป็น HDMI อย่างเดียว

นอกจากนี้ยังมีพอร์ตออดิโอ รองรับอีเธอร์เน็ต (แม้ตัวเครื่องจะรองรับเครือข่ายไร้สาย 802.11n อยู่แล้ว) และพอร์ต USB ทั้งหมดสามารถต่อตรงกับทีวีได้เลยไม่ต้องผ่านคอมพิวเตอร์ สามารถแสดงวิดีโอความละเอียด 720p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที จากรุ่นเดิมที่เล่นด้วยความเร็ว 24 เฟรมต่อวินาที การควบคุมเครื่องทำได้โดยรีโมทคอนโทรล์

จุดประสงค์ดั้งเดิมของ Apple TV คือการขายภาพยนตร์ แต่ขณะนี้ผู้ใช้จะสามารถทำได้เพียงเช่าภาพยนตร์ใหม่ในราคา 4.99 เหรียญ สำหรับรายการทีวีในสหรัฐฯจากสถานีอย่าง ABC, Fox, Disney Channel และ BBC America นั้นให้เช่าในราคา 99 เซนต์ ไม่ต้องใช้ฮาร์ดไดร์ฟในเครื่องเพราะการเช่าภาพยนตร์และรายการทีวีบนอุปกรณ์ของแอปเปิลนั้นเป็นการสตรีมมิง

นอกจากนี้ Apple TV ยังให้บริการคลุมถึงวิดีโอบน YouTube และภาพยนตร์จาก Netflix เช่นเดียวกับบริการเก็บและชมภาพถ่ายออนไลน์อย่าง Flickr ด้วย

สนนราคาเครื่องลดลงเหลือ 99 เหรียญจาก 229 เหรียญ
iPod shuffle ยุคที่ 4
เครื่องเล่นเพลงพกพาสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดจิ๋วพร้อมคลิปหนีบเสื้อ
iPod nano ยุคที่ 6
ขนาดจิ๋วหน้าจอสัมผัส
ขณะเล่นเพลงจะแสดงภาพปกอัลบัม มีคลิปหนีบเสื้อเช่นกัน
iPod touch ยุคที่ 4
บางเฉียบ พร้อมกล้องหน้าหลังสำหรับวิดีโอแชต
Apple TV ยุคที่ 2
อุปกรณ์สตรีมมิงวิดีโอออนไลน์ของแอปเปิล
มาพร้อมรีโมทคอนโทรล์
***อ่านรายละเอียดบริการและซอฟต์แวร์อื่นๆที่แอปเปิลสาธิตพร้อมกับ iPod เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ได้ที่ข่าว "แอปเปิลลุยธุรกิจเครือข่ายสังคมเพื่อเพลง "Ping""
Company Related Link : Apple
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

HTC Aria-Wildfire 2 ขุนศึกแอนดรอยด์


HTC Aria-Wildfire 2 ขุนศึกแอนดรอยด์ เนื่องจากความแตกต่างของเครื่อง 2 รุ่นนี้มีด้วยกันไม่กี่จุด ทีมงานจึงจับทั้ง 2 เครื่องมารีวิวพร้อมกัน ให้ผู้บริโภคได้เลือกให้เหมาะกับการใช้งานของตน ตามกระแสแอนดรอยด์ที่กำลังโตวันโตคืน ไม่ว่าจะเป็นจากการโหมโปรโมต จากค่ายต่างๆ และจากนักพัฒนาที่หันมามองตลาดแอนดรอยด์มากขึ้นด้วย

ทั้ง HTC Wildfire และ Aria ถือเป็นโมเดลในระดับกลาง 2 รุ่นที่ทางเอชทีซีนำมาทำตลาดในช่วงปลายปี โดยวางตัว Wildfire เป็นแฟลกชิปของปี ที่จะทำยอดจำหน่ายได้สูงกว่ารุ่นอื่นๆ ส่วน Aria จะวางเป้ามาตอบสนองกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการความสามารถที่เพิ่มขึ้นอีกระดับนึง เพื่อตอบสนองการใช้งานขั้นสูงที่มากขึ้น

ความแตกต่างหลักๆของทั้ง 2 เครื่องคือเรื่องของขนาดหน้าจอ ที่ Aria มีความละเอียดหน้าจอที่ HVGA (320 x 480 พิกเซล) ขณะที่ Wildfire มีความละเอียดหน้าจอระดับ QVGA (240 x 320 พิกเซล) ซึ่งต้องยอมรับว่าความละเอียดระดับ QVGA นั้นค่อนข้างน้อยไปและมีหลายๆแอปฯในมาเก็ตที่ไม่รองรับความละเอียดดังกล่าว

ถัดมาคือเรื่องของแฟลชกล้อง ที่ Aria ไม่มีแฟลช แต่มาพร้อมระบบ Fact Detection ขณะที่ Wildfire มีแฟลข แต่ไม่มี Face Detection หน่วยประมวลผลที่เป็น 600MHz และ 528MHz นอกจากนี้ก็เป็นในส่วนของวัสดุ และดีไซน์เท่านั้น ส่วนระบบปฏิบัติการภายในใช้เป็นแอนดรอยด์เวอร์ชัน 2.1-Update ที่ใส่อินเตอร์เฟส Sense 1.6 ลงไปทั้งคู่

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซด์ FlashSanook แฟลชเกมสนุกของคนออนไลน์