วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

แอปเปิลทีวี-คินเดิล ขายกระฉูดปีเสืออ้วน

แม้ปีนี้จะเป็นปีเสือโหยสำหรับหลายบริษัท แต่ไม่ใช่กับแอปเปิลและอเมซอน ล่าสุดมีรายงานว่ายอดจำหน่ายเครื่องอ่านอีบุ๊กของอเมซอนนามคินเดิล (Kindle) นั้นจะทะลุ 8 ล้านเครื่องในปีนี้แน่นอน ขณะที่แอปเปิลโชว์ยอดจำหน่ายแอปเปิลทีวี (Apple TV) ว่าจะสามารถทำยอดขายได้ทะลุ 1 ล้านเครื่องภายในสัปดาห์คริสต์มาสนี้ (25 ธันวาคม 2553) แน่นอน

แอปเปิลทีวียอดขายทะลุล้าน
ลบคำสบประมาทได้ในที่สุดสำหรับแอปเปิลทีวี (Apple TV) อุปกรณ์เสริมสำหรับทีวีเพื่อการชมวิดีโอออนไลน์ในสหรัฐฯที่เคยถูกปรามาสว่าเป็นเพียงสินค้า"งานอดิเรก"ของแอปเปิล เพราะวันนี้แอปเปิลประกาศว่าแอปเปิลทีวีจะสามารถทำยอดขายได้ทะลุ 1 ล้านเครื่องภายในสัปดาห์นี้ คุยฟุ้งเป็นผลงานยอดเยี่ยมหลังจากผลิตภัณฑ์เพิ่งวางจำหน่ายได้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

แอปเปิลทีวีเป็นอุปกรณ์สำหรับการเช่าและดาวน์โหลดวิดีโอจากร้านไอจูนส์ (iTunes) มาชมบนโทรทัศน์ มาในรูปเซตท็อปบ็อกซ์ที่สามารถเข้าถึงบริการวิดีโอออนไลน์ในสหรัฐฯอย่าง Netflix สถานีวิทยุออนไลน์ podcasts และบริการฝากรูปอย่าง Flickr ผู้ใช้สามารถส่งเพลงจากคอมพิวเตอร์มาเล่นบนทีวีผ่านแอปเปิลทีวีได้ สนนราคาเครื่องละ 99 เหรียญสหรัฐ

แม้แอปเปิลทีวีจะไม่ใช่อุปกรณ์ที่มียอดขายร้อนแรงเท่าไอโฟน หรือไอแพด แต่ปีนี้ก็ถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับแอปเปิลทีวีรุ่นปรับปรุงใหม่ที่ทำยอดขายได้ดีกว่ารุ่นเดิมซึ่งเปิดตัวครั้งเมื่อปี 2007 โดยสิ่งที่ทำให้แอปเปิลทีวีเริ่มได้รับความนิยมจนทำให้มียอดขายแตะ 1 ล้านเครื่องในเวลาเพียง 1 ไตรมาส คือแนวโน้มการใช้งานข้อมูลของผู้บริโภค ที่เน้นการสตรีมหรือการส่งต่อข้อมูลมาเล่นบนทีวี ไม่ใช่การเก็บข้อมูลลงในอุปกรณ์อย่างที่แอปเปิลทีวีรุ่นดั้งเดิมเป็น

แอปเปิลทีวีเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ทำให้แอปเปิลมีรายได้เพิ่มจากการจำหน่ายคอนเทนต์วิดีโอ โดยแอปเปิลระบุว่ายอดการซื้อวิดีโอบนไอจูนส์ทั้งหมด (รวมกลุ่มที่นอกเหนือจากผู้ใช้แอปเปิลทีวี) อยู่ที่มากกว่า 150,000 เรื่องต่อวัน (เฉพาะหมวดภาพยนตร์) และรายการทีวี 400,000 ตอนต่อวัน

คินเดิลยอดทะลุ 8 ล้าน
ข้อมูลจากแหล่งข่าววงในระบุ อเมซอนจะสามารถจำหน่ายเครื่องอ่านอีบุ๊กคินเดิลได้เกิน 8 ล้านเครื่องในปี 2010 อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานยืนยันจากอเมซอนซึ่งยังคงปกปิดยอดขายของคินเดิลโดยต่อเนื่อง

ปี 2009 นักวิเคราะห์ออกมาคาดว่าคินเดิลจะสามารถทำยอดขายราว 2.4 ล้านเครื่อง แต่ปี 2010 นักวิเคราะห์เชื่อว่าตัวเลขยอดจำหน่ายคินเดิลของอเมซอนจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 5 ล้านเครื่อง คิดเป็นสัดส่วน 60% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 8 ล้านเครื่องยังเทียบไม่ได้กับยอดจำหน่ายไอแพด (iPad) อุปกรณ์แท็บเล็ตยอดฮิตของแอปเปิล เนื่องจากระหว่างเดือนเมษายนที่ผ่านมา จนถึงเดือนกันยายน ไอแพดสามารถจำหน่ายได้ 7.46 ล้านเครื่องทั่วโลก และคาดว่าจะทะลุ 10 ล้านเครื่องได้ในช่วงเทศกาลซื้อของขวัญปลายปี
ที่มา โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วินโดวส์ใหม่พร้อมรบบน ARM

** หนึ่งในแท็บเล็ตที่มาพร้อมชิป ARM บนระบบปฏิบัติการ Windows CE เป็นแท็บเล็ตแบรนด์เกาหลีหน้าจอ 7 และ 10 นิ้วซึ่งวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุดมีข่าวลือว่า ไมโครซอฟท์กำลังจะเปิดตัววินโดวส์เวอร์ชันใหม่ที่สามารถทำงานครบถ้วนบนอุปกรณ์ชิป ARM ได้ดีกว่าวินโดวส์เวอร์ชันอื่นที่เคยมีมา **


สื่ออเมริกันอ้างแหล่งข่าววงใน ระบุว่าไมโครซอฟท์ (Microsoft) กำลังเตรียมโชว์ตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชันใหม่ที่สามารถทำงานบนอุปกรณ์ที่ใช้ชิป ARM ในงาน CES 2011 ช่วงเดือนมกราคม 2011 ระบุว่าจะเป็นวินโดวส์เวอร์ชันเต็มที่สามารถทำงานได้ครบเครื่อง ถือเป็นสัญญาณที่แสดงว่าแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนประหยัดพลังงานซึ่งใช้ชิป ARM จะสามารถรองรับสาวกไมโครซอฟท์ได้ดีกว่าเดิม

รายงานจากบลูมเบิร์กระบุว่า วินโดวส์เวอร์ชันใหม่จะสามารถทำงานบนชิปสถาปัตยกรรม x86 ได้ปกติ แต่จะพัฒนาการจัดการพลังงานเพื่อให้สามารถทำงานบนนานาอุปกรณ์พกพาที่ใช้ชิป ARM ได้ด้วย ขณะที่รายงานจากวอลล์ สตรีทเจอร์นัลระบุว่า วินโดวส์เวอร์ชันใหม่จะยังไม่พร้อมวางตลาดในช่วง 2 ปีนี้ ด้านซีเน็ตรายงานว่า รายละเอียดของวินโดวส์ใหม่จะถูกเปิดตัวในงานประชุมสื่อมวลชน ในช่วงก่อนหน้าการเปิดงานบนเวที CES มหกรรมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา

ข้อมูลทั้งหมดยังถือเป็นข่าวลือในขณะนี้ เนื่องจากไมโครซอฟท์ยังไม่ส่งตัวแทนออกมายืนยันหรือปฏิเสธรายงานที่เกิดขึ้น

ข่าวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากข่าวลือว่าไมโครซอฟท์จะแย้มคุณสมบัติใหม่ของ Windows 8 บนเวทีสัมมนาในงาน CES (กำหนดการคือวันที่ 5 มกราคม 2011) โดยนิวยอร์กไทม์เป็นรายเดียวที่รายงานว่า ซีอีโอไมโครซอฟท์จะขึ้นสาธิตแท็บเล็ตฝีมือการผลิตของซัมซุง ซึ่งมาพร้อมคีย์บอร์ดสไลด์ข้าง

นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ของไมโครซอฟท์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาวินโดวส์เวอร์ชันพิเศษที่ทำงานบนชิป ARM แล้วในชื่อ Windows CE โดยเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับติดตั้งในระบบฝังตัวหรือ embedded system ซึ่งสามารถรองรับชิปสถาปัตยกรรม x86 ได้ นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังพัฒนา Windows Embedded Compact 7 สำหรับติดตั้งในอุปกรณ์พกพาขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดไม่มีคุณสมบัติเต็มรูปแบบเทียบเท่าระบบปฏิบัติการวินโดวส์บนเดสก์ท็อป ซึ่งเป็นสิ่งที่ไมโครซอฟท์เชื่อว่าวินโดวส์เวอร์ชันใหม่จะทำได้

ARM เป็นชื่อเรียกสถาปัตยกรรมหน่วยประมวลผลที่นิยมใช้ในอุปกรณ์พกพาทั้งสมาร์ทโฟนและเนวิเกเตอร์ เนื่องจากความโดดเด่นเรื่องการประหยัดพลังงาน ชิป ARM จึงมีโครงการลงสู่ตลาดแท็บเล็ตโดยหลากหลายค่ายผู้ผลิตพีซีทันทีที่โลกเข้าสู่ยุคที่กระแสแท็บเล็ตมาแรง ซึ่งที่ผ่านมา ระบบปฏิบัติการคู่แข่งไมโครซอฟท์ล้วนให้ความสนใจในการพัฒนาความสามารถในการรองรับชิป ARM ทั้งหมดต้องรอลุ้นในงาน CES 2011 เดือนมกราคม 2011
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ HTC Desire สีขาวหิมะ ลิมิเตด เอดิชั่น


เอชทีซี เปิดตัว HTC Desire Winter White ซุปเปอร์สมาร์ทโฟนแอนดรอย์ 2.2 โดดเด่นด้วยดีไซน์สีขาวหิมะ ลิมิเต็ด เอดิชั่นสวยสะดุดตา เพื่อต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่โดยเฉพาะ ให้คุณเลือกซื้อเป็นของขวัญสำหรับเซอ์ไพรซ์คนพิเศษ ที่รับรองความถูกใจของผู้รับอย่างแน่นอน

ด้วยความแรงซีพียู Snapdragon 1 กิกะเฮิรตซ์ ขนาดหน้าจอ 3.7 นิ้ว มาพร้อมยูสเซอร์อินเทอร์เฟซอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเอชทีซี HTC Sense ที่ให้คุณปรับแต่งหน้าจอได้ตามความต้องการของไลฟสไตล์คุณมากสุดถึง 7 หน้าจอ และสิ่งละอันพันละน้อยที่ HTC เข้าใจในความต้องการของคุณ เช่น เสียงเรียกเข้าจะเบาลงทันทีที่คุณหยิบโทรศัพท์ขึ้นจากโต๊ะ ขณะประชุมเมื่อคุณไม่ต้องการเสียงรบกวน แต่เมื่อมีคนโทรเข้า คุณเพียงแค่คว่ำหน้าโทรศัพท์ลง เสียงเรียกเข้าจะเงียบลงทันทีโดยไม่ตัดสาย เป็นต้น รองรับวอลล์เปเปอร์แบบเคลื่อนไหวที่จะทำให้การใช้งานมือถือของคุณดูสดใสขึ้น ทันตา โดดเด่นด้วย แอพพลิเคชัน FriendStream ที่ให้คุณอัพเดตหลายสังคมออนไลน์ได้ในครั้งเดียว จากหน้าจอเดียวทั้งเฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ แอพพลิเคชันพยากรณ์สภาพอากาศที่ให้คุณเช็คอากาศได้พร้อมกันถึง 7 ประเทศ ช่วยให้การเตรียมตัวเดินทางของคุณง่ายขึ้น พร้อมกันนี้ยังมาพร้อมกับ กล้องระบบออโต้โฟกัส ความละเอียด 5 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช รองรับการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 3G, WiFi และบลูทูธ พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ สนนราคา 17,500 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
ที่มา igadgety

วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

กล้องจิ๋วย้อนยุคของเล่นจาก Green House

ล้องสวยดีไซน์ย้อนยุคนี้เป็นกล้องจาก Green House ที่จริงๆ แล้วเป็นกล้องจิ๋วขนาดเล็กรุ่น GH-TCAM30C เป็นชุดกล้องที่มีขนาดกว้างเพียง 59 มิลลิเมตร มีเลนส์ CMOS 1.5 นิ้ว ขนาด 3 แสนพิกเซล ถ่ายภาพได้ และยังสามารถเป็นกล้อง USB เว็บแคมได้ด้วย ใช้ถ่าน AAA เพียงหนึ่งก้อน มีสีน่ารักๆ สามสีคือสีดำ สีน้ำตาล และสีขาว
กล้องจิ๋วย้อนยุคของเล่นจาก Green House
ที่มา Akihabaranews

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Microsoft เปิดจอง “ExoPC” แท็ปเล็ตวินโดว์ 11.6 นิ้ว ราคาเพียง 2 หมื่นต้นๆ

นอกจากจะมี HP Slate ที่เป็นแท็ปเล็ตวินโดว์ 7 แล้ว (แต่เน้นขายองค์กรมากกว่า) ยังมีอีกหนึ่งรุ่นที่ไมโครซอฟท์นำมาขายเองก็คือ “Ciara ExoPC” หน้าจอ 11.6 นิ้ว รันบนวินโดว์ 7 พร้อมอินเตอร์เฟสใช้งานสำหรับทัชสกรีนโดยเฉพาะ, ติดซีพียู ATOM N450 1.6GHz แรม 2GB, ไดร์ฟ SSD 64GB (เพิ่มเมมนอกได้อีก), เชื่อมต่อ USB+HDMI, ตัวเครื่องบางเพียง 13.9 มิลลิเมตรเท่านั้น และเชื่อมต่อ WiFi เล่นเน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา

อย่างไรก็ตาม แบตเตอรี่รุ่นนี้ใช้งานได้ไม่นานนัก ประมาณ 3-4 ชั่วโมง น่าจะเหมาะกับการใช้งานในออฟฟิศ หรือนั่งตามร้านกาแฟที่มีปลั๊กให้เสียบซะมากกว่า สำหรับราคาขายอยู่ที่ 699 เหรียญ (21,075 บาท)
ที่มา i3

Slate ยังไม่ตาย เตรียมเกิดใหม่

Microsoft กำลังจะมีการประกาศเกี่ยวกับ slate หรือเครื่องแท็บเล็ตตัวใหม่ในงาน CES 2011 ในราวๆต้นเดือนมกราคมปีหน้านี้ โดยจะมาจากหลากหลายแบรนด์ด้วยกัน รวมไปถึง Samsung และ Dell ด้วย รวมทั้งมีการพูดถึง Windows 8 ที่อาจจะมีภาพตัวอย่างมาให้ได้เห็นกันอีกต่างหาก บางทีอาจจะลงมากับตัวแท็บเล็ตเลยก็เป็นได้ มีข้อมูลนิดหน่อยเกี่ยวกับ slate จาก Samsung ที่กำลังจะเปิดตัว ชื่อรุ่นมันน่าจะเป็น Gloria ขนาดน่าจะเท่าๆกับ iPad แต่เรื่องความบางนั้นจะไม่เท่า มีเอกลักษณ์ด้วยคีย์บอร์ดที่เลื่อนออกมาได้จากด้านหลัง ตัวเครื่องจะใช้ Windows 7 รวมทั้งมีการพูดถึงเรื่องการทำ app store หรือแหล่งซื้อโปรแกรมสำหรับเครื่อง slate เหล่านี้ด้วย ซึ่ง Microsoft ก็กำลังผลักดัน HTML5 เหมือนกัน โดยกระตุ้นให้เหล่านักพัฒนาหันมาใช้ HTML5 ในการทำแอ็พสำหรับแท็บเล็ต

ที่มา NotebookSpec

วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Canon IXUS1000HS สว่างทั่วทั้งภาพ แม้อยู่ในที่แสงน้อย พร้อมวิดีโอ Full HD

"IXUS1000 HS" เป็นกล้องดิจิตอลคอมแพกต์ตัวสุดท้ายของปี 53 ที่แคนนอนปล่อยออกสู่ตลาด หลังจากที่มีการปล่อย IXUS300HS กล้องดิจิตอลระบบ High Sensitivity ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพในที่แสงน้อยออกมาก่อนหน้านี้

สำหรับข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนระหว่างกล้องคอมแพกต์ทั้งคงหนีไม่พ้นเรื่องของราคา โดย IXUS1000HS วางจำหน่ายในราคา 13900 บาท และIXUS300HS ราคา 14900 บาท ซึ่งราคาที่ลดลงไปก็แลกกับการสูญเสียเลนส์มุมกว้าง 28 มม. และน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น แต่ได้มีการเพิ่มความสามารถลงไปให้กับ IXUS1000HS อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการซูม 10 เท่าในแบบออปติคอล, การบันทึกภาพเคลื่อนไหวในแบบ Full HD Movie 1920x1080 พิกเซล, ความเร็วชัตเตอร์ 1 -1/4000 sec (IXUS300HS ซูม 3.8 เท่าในแบบออปติคอล, ความเร็วชัตเตอร์ 15-1/2500 sec.)

นอกจากนี้ยังมาพร้อมหน้าจอ Wide Screen กว้าง 3 นิ้ว, ความละเอียดในการถ่ายภาพ 10 ล้านพิกเซล, รูปแบบการถ่ายภาพ Smart Auto 28 รูปแบบ และ Smart Auto in Movies, ระบบป้องกันการสั่นไหว Dynamic IS และโหมด Best Image Selection
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

LG Optimus One ออกสีแดงใหม่

ช่วงเทศกาลแห่งความสุข วันคริสต์มาสไปจนถึงวันขึ้นปีใหม่ มองไปทางไหนก็เห็นจะมีแต่สีแดงที่เป็นเอกลักษณ์ แอลจีจึงเติมสีสันให้กับสมาร์ทโฟน LG Optimus One ด้วยสีแดงสด เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญให้คนที่คุณรัก ในช่วงเทศกาลพิเศษแบบนี้
LG Optimus One (P500) รูปร่างบางแบบมีสไตล์ ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ เวอร์ชั่น 2.2 Froyo รองรับเครือข่าย 3G การเชื่อมต่อ Wi-Fi หน้าจอสัมผัสขนาด 3.2 นิ้ว แบบ Capacitive รองรับระบบ Multi Touch เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกม หน่วยความจำสูงสุด 32 กิ๊กะไบต์ พร้อมกล้องถ่ายรูป ความละเอียด 3 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัสในตัว
LG Optimus One ออกสีแดงใหม่
ที่มา siamphone

ประสบการณ์การชมข่าวแบบใหม่จากซีเอ็นเอ็น

ประสบการณ์การชมข่าวแบบใหม่จากซีเอ็นเอ็น ซี เอ็นเอ็นเปิดตัวแอพพลิเคชั่นสำหรับไอแพดที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานอย่างมี ประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นภาพและอินเตอร์เฟสต่างๆ นอกจากนี้ ซีเอ็นเอ็นยังเปิดตัวแอพพลิเคชั่นสำหรับไอโฟนและไอพอดทัชเวอร์ชั่นล่าสุดที่ ให้บริการฟรีสำหรับเวอร์ชั่นอเมริกา และเพิ่มความสามารถในการดูวีดีโอถ่ายทอดสดสำหรับเวอร์ชั่นต่างชาติ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการชมข่าวให้แก่ผู้บริโภค แอพพลิเคชั่นนี้ผนวกกับภาพข่าวที่น่าตื่นตาตื่นใจและเนื้อหาจากรายงานข่าว ของซีเอ็นเอ็น ที่ประกอบด้วยเนื้อข่าว ข้อความจากบล็อก ภาพข่าว คลิปวีดีโอ และวีดีโอถ่ายทอดสด ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ระหว่างเวอร์ชั่นอเมริกาหรือเวอร์ชั่นต่างชาติได้ นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้งานเวอร์ชั่นอเมริกาก็สามารถฟังข่าวประจำชั่วโมงจากสถานีวิทยุซี เอ็นเอ็นได้อีกด้วย
ผู้ ใช้งานสามารถเลือกใช้งานบนแอพพลิเคชั่นของซีเอ็นเอ็นบนไอแพดได้หลายรูปแบบ คือ แบบหน้าหนังสือพิมพ์ แบบรายชื่อและแบบสไลด์โชว์ - แบบหน้าหนังสือพิมพ์ – ซึ่งเป็นหน้ามาตรฐานที่ประกอบด้วยภาพข่าวและพาดหัวข่าวที่มีพลัง โดยมีข่าวจำนวนถึง 350 ข่าว ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข่าวในแต่ละหัวข้อโดยเลือกตามประเภทข่าว และผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงหน้า “รายงานข่าวพิเศษ” ข่าวที่คัดสรรเป็นอย่างดีจากทีมข่าวซีเอ็นเอ็น ทั้งนี้ ในส่วนของวีดีโอ จะรวบรวมคลิปวีดีโอที่โดดเด่นจากเครือข่ายของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น และจากเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น (cnn.com) - แบบรายชื่อจะประกอบด้วยพาดหัวข่าว โดยแยกตามหัวข้อและประเภทข่าว - แบบสไลด์โชว์ ผู้ใช้งานสามารถเลื่อนดูภาพที่มีความคมชัดสูงหรือพาดหัวข่าวที่เด่นๆ ในแต่ละวันได้ ทั้ง นี้ แอพพลิเคชั่นนี้ยังมีการอัพเดททุกคร้งเมื่อมีข่าวสำคัญเกิดขึ้นและผู้ใช้งาน สามารถตั้งเตือนอัตโนมัติเมื่อมีข่าวเกิดขึ้น สามารถดาวน์โหลดได้ที่แอพสโตร์หรือที่ http://itunes.com/appstore สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ www.cnn.com/mobile
ที่มา http://www.igadgety.com/?p=7627

Asus Eee Reader DR900 เป็นยังไง มาดูกัน

Asus Eee Reader DR900 เป็นยังไง มาดูกัน เครื่องอ่านหนังสือขนาด 9 นิ้ว จะมีขนาดพื้นที่ในการอ่านใหญ่กว่าของเดิม 2.25 เท่า เมื่อเทียบกับเครื่องขนาด 6 นิ้ว เครื่อง DR900 มีหน้าจอแบบ SiPix E-Paper Display และ Capacitive Touch Screen มี Virtual Keyboard สำหรับสเปคเด่นๆ ของเครื่องมีดังนี้ หน้าจอ SiPix E-Paper Display ความละเอียด 1024 x 768 มีพื้นที่เก็บข้อมูล 2 GB เสียบ MicroSD ได้ สามารถเพิ่ม 3G ได้ WiFi เป็น b/g มี MicroUSB มีช่องหูฟัง พร้อมดิกชั่นนารี แบตเตอรี่ใช้ได้ 4 ชั่วโมง สามารถขีดเส้นใต้ ทำเน้น ขยายข้อความหรือว่ารูปได้ด้วย สัดส่วนเครื่องจะอยู่ที่ 222 x 161 x 9.7 mm คาดว่าจะไปลงที่ยุโรปก่อนในราคา 13,000 บาท
ที่มา NotebookSpec

iPad มาไทยแล้ว ราคา 15,900 บาทเท่านั้น

iPad มาไทยแล้ว ราคา 15,900 บาทเท่านั้น
ใครที่รอคอยการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ iPad ในประเทศไทย ไม่ต้องรอแล้ว เพราะกำเงินไว้ในมือไว้เลย วันที่ 3 ธันวาคมนี้ ทาง iStudio จะเริ่มจำหน่าย Apple iPad แล้ว โดยสนนราคานั้นเครื่องหิ้วอาจจะถึงกับล้มหายตายจากไปเลย เพราะราคาไม่ต่างกับเครื่องหิ้วเลย ดูรายละเอียดได้ตามรูปเลย โดย iPad รุ่น Wi-fi ขนาด 16GB เริ่มต้นที่ 15,900 บาทเท่านั้น
ที่มา http://www.igadgety.com/?p=6916

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Dell เผยโฉมโน้ตบุ๊ก 2 ตัวใหม่ในซีรีส์ Precision : M4600 & M6600

Dell เผยโฉมโน้ตบุ๊ก 2 ตัวใหม่ในซีรีส์ Precision : M4600 & M6600 เมื่อไม่นานมานี้ Dell ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กชื่อดัง เปิดตัว 2 โน้ตบุ๊กตัวใหม่ในซีรีส์ Precision มีชื่อว่า M4600 และ M6600 ที่ขับเคลื่อนด้วย CPU ใหม่จาก Intel
สำหรับ Dell Precision M4600 นั้น จะมีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว แบบ White-LED และ RGB-LED ที่มาพร้อมกับ Touch-Screen Mode และการ์ดกราฟฟิกมีให้เลือกใช้งานทั้ง AMD FirePro M5950 1GB GDDR5 , Nvidia Quadro 3000M 2 GB GDDR5 และ Quadro 2000M GDDR5ส่วน Dell Precision M6600 จะมีหน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว แบบ White-LED และ RGB-LED พร้อมโหมดทัชสกรีน การ์ดกราฟฟิกมีให้เลือกใช้งานทั้ง AMD FirePro M8900 2GB GDDR5 ,Nvidia Quadro 3000M 2GB GDDR5 และ Quadro 4000M 2GB GDDR5โดยทั้งสองรุ่นนี้จะใช้ซีพียูใหม่จาก Intel ที่รู้จักกันในชื่อ Sandy Bridge ส่วนราคาและเวลาวางจำหน่ายนั้นยังไม่ได้กำหนดออกมาแต่อย่างใด
ที่มา : Laptopspec via notebook888

ดีแทคควงเอชทีซี-ไมโครซอฟท์ เปิดราคา HD7 22,900 บ.

ดีแทคควงเอชทีซี-ไมโครซอฟท์ เปิดราคา HD7 22,900 บ. ดีแทค เอชทีซี คอร์ปอเรชัน และไมโครซอฟท์ ร่วมกันเปิดตัวสมาร์ทโฟนบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โฟน 7 รุ่นแรกในไทย “HTC HD7″ เปิดราคา 22,900 บาท พร้อมรับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 10 เดือน ส่วนลดเมื่อสมัครแพ็กเกจสมาร์ทโฟน 8,000 บาท และบริการแจ้งเตือนเมื่อใช้เกินจำนวน การร่วมมือกับพันธมิตรในครั้งนี้ เพื่อเปิดตัวสมาร์ทโฟน HTC HD7 บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน 7 ครั้งแรกในเมืองไทย ที่ลูกค้าดีแทคจะได้ครอบครองก่อนใคร และรับส่วนลดค่าบริการรายเดือนรวม 4,000 บาท (เดือนละ 500 บาท 8 เดือน) เมื่อสมัครแพ็กเกจ smart phone 799 บาท พร้อมใช้งานดีแทคอินเทอร์เน็ต 3GB ต่อเดือน ขณะเดียวกันยังได้นำ บริการควบคุมค่าใช้จ่าย (Cap Max) ที่ลูกค้าในระบบรายเดือน จะจ่ายค่าบริการดาต้าไม่เกิน 1,500 บาท หรือไม่เกิน 49 บาทสำหรับลูกค้าเติมเงิน รวมกันบริการแจ้งเตือนค่าใช้อินเทอร์เน็ต (Internet Alert) ช่วยให้ลูกค้าดีแทค ควบคุมค่าใช้จ่ายในการใช้งานดาต้ามากขึ้น โดยระบบจะส่งข้อความสั้นแจ้งเตือนเมื่อใช้งานเกิน 10 บาท ใครอยากได้ก็ไปโฉบแถวๆ ดีแทคได้เลย
ที่มา Manager

อุปกรณ์เสริมiPhone Horn Stand Speaker เสริมพลังเสียงให้ไอโฟน

เสริมพลังเสียงให้กับลำโพงของโทรศัพท์มือถือไอโฟนด้วย iPhone Horn Stand Speaker ลำโพงเสียงในรูปแบบแตร ออกแบบมาเป็นแท่นวางในตัว สามารถวางไอโฟนได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ที่สำคัญคือไม่ต้องใช้พลังงานจากภายนอก แต่ขยายกำลังเสียงลำโพงของไอโฟนได้อีกประมาณ 13 เดซิเบล iPhone Horn Stand Speaker มีขนาด 11 x 5 x 5 เซนติเมตร ทำมาจากวัสดุยางซิลิโคน ให้ความแข็งแรง ป้องกันรอย คราบสกปรก และ ทำความสะอาดได้ง่าย ราคาประมาณ 620 บาท (13 ปอนด์)

อุปกรณ์เสริมiPhone Horn Stand Speaker เสริมพลังเสียงให้ไอโฟน
ที่มา siamphone

LG Optimus 2X มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Dual-core


LG Optimus 2X มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Dual-core
แอลจีเปิดตัว LG Optimus 2X สมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการ Android 2.2 Froyo มาพร้อมกับจุดเด่นของหน่วยประมวลผล Tegra 2 dual-core, 1 GHz จอแสดงผล ความละเอียด 480 x 800 พิกเซล กว้าง 4 นิ้ว กล้องถ่ายรูป 8 ล้านพิกเซล บันทึกวีดีโอ ความละเอียด 1080p และ กล้องด้านหน้า 1.3 ล้านพิกเซล หน่วยความจำภายใน 8 GB เพิ่มเติมด้วยการ์ด microSD สูงสุด 32 GB แบตเตอรี่ 1500 mAh รองรับการเชื่อมต่อ HDMI และ DLNA
LG Optimus 2X มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Dual-core
ที่มา siamphone

วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ซัมซุงกาแล็คซี่ราคาพิเศษ

ซัมซุงกาแล็คซี่ราคาพิเศษ ซัมซุงมอบของขวัญสำหรับวัยทีนส่งท้ายปีด้วยโปรโมชัน “ซัมซุง กาแล็คซี่ 3 และ กาแล็คซี่ 5 ” สมาร์ทโฟนมาแรงพร้อมฟังก์ชันโดดเด่นอินเทรนด์ในราคาสุดพิเศษ

รับสิทธิ์พิเศษดาวน์โหลดแอพพลิเคชันกว่า 100,000 แอพฟรีจากแอนดรอยด์ มาร์เก็ต รับสิทธิ์โทรฟรีต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา, จีน, ฮ่องกง หรือ สิงคโปร์ 1,000 นาที ผ่าน VoIP (DeeDial) โดยซัมซุง กาแล็คซี่ 5 ราคาพิเศษเพียง 6,190 บาท จากปกติ 7,490 บาทฟรีเสื้อลิขสิทธิ์จากสโมสรฟุตบอลเชลซี มูลค่า 800 บาท ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม ส่วน ซัมซุง กาแล็คซี่ 3 มอบส่วนลดพิเศษ 1,500 บาท เฉพาะสมาชิก Samsungparty.com จากราคาปกติ 9,900 บาท โดยสมาชิกสามารถพรินต์คูปองส่วนลดได้ที่ www.samsungparty.com ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Nexus S วางตลาด 16 ธันวาคม ศกนี้


Nexus S วางตลาด 16 ธันวาคม ศกนี้ และแล้วก็ได้เวลาของกูเกิ้ลโฟนรุ่นใหม่ Nexus S ที่พัฒนาโดยซัมซุง (Samsung) ซึ่งมือถือรุ่นนี้จะมาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 4 นิ้ว โพรเซสเซอร์ Hummingbird ความเร็ว 1GHz และเหนืออื่นใดมันยังมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android 2.3 หรือ Gingerbread สำหรับเหตุผลที่ทำให้สาวก Android สนใจ Nexus Phone รุ่นนี้ก็เนื่องจากมันเป็นแอนดรอยด์โฟนรุ่นแรกที่ได้รับการอัพเกรดซอฟต์แวร์ และ Google mobile apps ใหม่ล่าสุดทันทีที่มือถือรุ่นนี้วางจำหน่าย Nexus S จะมีสตอเรจภายใน 16GB และหน่วยความจำ RAM ขนาด 512MB พร้อมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์ Gyroscope และสนับสนุน VoIP โพรเซสเซอร์ Hummingbird (ใช้สถาปัตยกรรม Cortex A8) 1GHz และจอ Super AMOLED 4 นิ้ว ความละเอียด 800×480 พิกเซล ฟังดูสเป็กจะคล้ายๆ กับ Samsung Galaxy S ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ในส่วนของกล้องด้านหลังจะมีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล แถมยังมีกล้อง VGA ด้านหน้าอีกด้วย และด้วยดีไซน์ของตัวเครื่องที่โค้งมนทำให้เวลาถือใช้งานในฟังก์ชัน video chat ทำได้สะดวก ทางบริษัทเตรียมที่จะวางตลาด Nexus S ในสหรัฐฯ วันที 16 ธันวาคม ศกนี้ โดยสนนราคาเครื่องปลดล็อคอยู่ที่ 529 เหรียญฯ หรือประมาณ 16,000 บาท ซึ่งยังคงเป็นที่ BestBuy และเว็บไซต์ Google เช่นเดียวกับรุ่นแรก
ที่มา Arip

E-Note แท็ปเลตใหม่จาก LG


E-Note แท็ปเลตใหม่จาก LG ดูเหมือนว่าจะช้าไปอยู่สักหน่อยกับการมาเปิดตัวเครื่องแท็บเล็ตเครื่อง แรกของแบรนด์เอาตอนนี้จาก LG แต่ยังไงมันก็ออกมาจนได้แหละน่า รุ่นใหม่นี้มีชื่อรุ่นว่า E-Note เป็นแท็บเล็ตที่ใช้ Windows 7 ขนาดหน้าจอ 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1366 x 768 จอสัมผัสแบบ resitive ขุมพลังการประมวลผลจากซีพียู Intel Atom Z510 ความเร็ว 1.1GHz และมีตัวเลือกเพิ่ม Z530 ความเร็ว 1.6GHz แรมขนาดความจุอีก 1GB แถมยังใช้ SSD ขนาด 16GB อีกด้วย การเชื่อมต่อก็ได้ครบหมด WiFi 802.11b/g/n, บลูทูธ 3.0, พอร์ต USB มีมาให้ 2 ช่อง และช่องใส่การ์ด SD ด้วย มีตัวเลือก WiMAX เพิ่มด้วย (แต่บ้านเราก็คงไม่ได้ใช้อยู่ดี) Windows 7 ที่ใช้ก็จะเป็นเวอร์ชั่น Starter แบตเตอรี่แบบ 4 เซลล์ แบบถอดเปลี่ยนได้ น้ำหนักรวมทั้งหมดก็ 861 กรัมเท่านั้น ราคาที่ขายอยู่ทีเกาหลีซึ่งเป็นรุ่น WiMAX อยู่ที่ราวๆ 25,000 บาท
ที่มา NotebookSpec

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อุปกรณ์เสริมMiLi Power Crystal แบตเตอรี่สำรองของโทรศัพท์มือถือ

MiLi Power Crystal แบตเตอรี่สำรองภายนอก สำหรับโทรศัพท์มือถือทั่วไป สมาร์ทโฟน รวมถึงอุปกรณ์ความบันเทิง เครื่องเล่น MP3, MP4 หรือ กล้องดิจิตอล มีหัวต่อมาให้เลือกใช้ทั้งหมด 6 แบบ สามารถชาร์จได้กับ โทรศัพท์ Nokia, Samsung, LG, Blackberry, iPod และ iPhone

MiLi Power Crystal ดีไซน์สวยงาม สะดวกในการพกพาไปได้ทุกที่ ให้ความจุแบตเตอรี่ 2000 mAh ใช้งานง่ายเพียงต่อสาย USB เข้ากับหัวต่อแต่ละแบบไปยังโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ก็เริ่มทำการชาร์จประจุให้ในทันที มีไฟ LED แสดงสถานะระดับพลังงานแบตเตอรี่ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว และ สีดำ ราคา 1,290 บาท
รายละเอียด MiLi Power Crystal

แบตเตอรี่ความจุ 2000 mAh
จ่ายกระแสไฟเข้า/ออก สูงสุด 5V/1A
ระยะเวลาการชาร์จแบตเตอรี่ 4.5 ชั่วโมง
ขนาดตัวเครื่อง 88 x 54 x 16 มิลลิเมตร
มีไฟ LED 4 ดวง แสดงระดับพลังงานแบตเตอรี่
ที่มา siamphone

รู้เท่าทัน แพกเกจโมบายอินเทอร์เน็ต

กระแสที่ฮิตฮอตสุดๆ ของคนไทยหัวใจดิจิตอลตอนนี้ หนีไม่พ้น อุปกรณ์อะไรก็ได้ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ มีตั้งแต่สมาร์ทโฟนที่นิยมใช้กันมากสำหรับหนุ่มสาวช่างเจรจาอย่างบีบี หรือจะเป็นคนที่ชอบเอนเตอร์เทนอย่างไอโฟน ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นิสต์ที่ชอบโลกโมบิลิตี้ ก็จะต้องจับจองแอร์การ์ดเป็นอาวุธคู่กาย โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ เสพข้อมูลบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก

'ยูทูป ได้พลิกโฉมหน้าการบริโภคคอนเทนต์ที่เป็นเท็กซ์เบสบนอินเทอร์เน็ตไปอีกสเต็ปหนึ่ง' ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าถึงปรากฎการณ์บริโภคคอนเทนต์บนอินเทอร์เน็ตให้ฟัง

สอดคล้องกับ ปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานบริการเสริม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ที่ระบุว่าอัตราเติบโตของโมบายล์อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ทั้งที่เชื่อมต่อโดยตรงผ่านมือถือและดีไวซ์ต่างๆ อาทิ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และส่วนที่เชื่อมต่อผ่านโน้ตบุ๊กอย่างแอร์การ์ด
จึงไม่ต้องแปลกใจที่จะเห็นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือพากันแข่งออกแพกเกจดาต้าในรูปแบบต่างๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคในแต่ละเซกเมนต์ตามดีไวซ์ มีตั้งแต่แพกเกจเสริม ไล่ไปจนถึงแพกเกจพิเศษสำหรับสมาร์ทโฟนแต่ละยี่ห้อ คำถามที่เกิดขึ้นตามมาว่า จะเลือกใช้แพกเกจดาต้าแบบใดดีถึงจะเหมาะกับกำลังทรัพย์ และไลฟ์สไตล์

ตัวแปรสำคัญที่จะช่วยตอบโจทย์ว่า จะเลือกใช้แพกเกจดาต้าแบบไหนดีนั้น เริ่มจากศึกษาความพร้อมของโครงข่ายสื่อสารข้อมูลของผู้ให้บริการที่จะรองรับกับแบนด์วิธของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมีมากน้อยเพียงใด

เทคโนโลยีสื่อสารข้อมูลบนโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ GSMในไทยมีให้บริการ 3 ราย คือเอไอเอส ดีแทค และ ทรูมูฟ ซึ่งทั้ง 3 ค่ายต่างพัฒนาเทคโนโลยีโครงข่ายของตนขึ้นมาเป็นระดับ 2.75 G ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่เรียกว่า General Package Radio Service (GPRS) มีความเร็วส่งข้อมูลอยู่ประมาณ 115 กิโลบิตต่อวินาที กับ Enhanced Data Rate for Global Evolution (EDGE) มีความเร็วส่งข้อมูลประมาณ 220 กิโลบิตต่อวินาที
และเพื่อรองรับกับแนวโน้มการเติบโตของสมาร์ทโฟนที่จะทำให้ความต้องการแบนด์วิธบนโครงข่ายสื่อสารข้อมูลเพิ่มขึ้น

เอไอเอสเลือกที่จะลงทุนขยายประสิทธิภาพ EDGE ที่มีอยู่ให้ขึ้นเป็น EDGE+ (EDGE Plus) เพื่อให้สามารถใช้งานแบบมัลติทาสกิ้ง หรือใช้งานได้หลายอย่างพร้อมๆ กัน เช่นใช้งานทั้งอินเทอร์เน็ตและบริการทางด้านเสียงได้ โดยมีความเร็วในการรับและส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตใกล้เคียงกันประมาณ 271 กิโลบิตต่อวินาที ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงของการปรับปรุงเครือข่าย ตามแผนเอไอเอสคาดว่าจะสามารถรปรับโครงข่ายให้รองรับ EDGE+ ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่ดีแทคก็เลือกที่จะขยายช่องสัญญาณ EDGให้เพิ่มขึ้นโดยจะใช้เม็ดเงินลงทุนจนถึงสิ้นปีที่ 1 พันล้านบาท

ขณะที่กำลังเกิดสุญญากาศ 3G ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะมีความเร็วสูงสุด 7.2 เมกะบิตต่อวินาทีภายใต้เทคโนโลยีที่เรียกว่า High-Speed Downlink Packet Access (HSDPA) มีความเร็วของการสื่อสารสูงกว่า EDGE ถึง 36 เท่า หรือเร็วกว่า GPRSถึง 100 เท่า ผู้ให้บริการทั้ง 3 ค่ายมีเพียงเอไอเอสที่สามารถคิดค่าบริการ 3G บนความถี่ 900 MHz เดิมในขณะที่ดีแทคและทรูมูฟทำได้แค่ทดลองบริการ HSPA 3G บนความถี่ 850 MHz

เอไอเอสเปิดให้บริการโครงข่าย 3G ที่เชียงใหม่, ชลบุรี และหัวหิน ส่วนในกรุงเทพฯ มีให้บริการแถวสยามพารากอนกับที่เซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนดีแทคมีการปูพรมติดตั้งสถานีฐานในพื้นที่กรุงเทพฯ ครอบคลุมพื้นที่สยามสแควร์ อโศก สามย่าน ราชเทวี ประตูน้ำ โดยดีแทคเปิดให้ทดลองให้ลูกค้าจำนวนหนึ่งทดลองใช้ฟรี แต่ยังไม่ได้เปิดให้ผู้ใช้บริการระบบ 2Gได้ทดลองใช้บริการแต่ประการใด

ส่วนโครงข่าย 3G ของทรูมูฟมีสถานีฐานมากที่สุดตอนนี้ คือ มีถึง 600 สถานีฐาน ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ จังหวัดชลบุรี หัวหิน เชียงใหม่ มีความเร็วในการรับส่งข้อมูล 7.2 เมกะบิตต่อวินาที ทำให้ทรูมูฟกลายเป็นผู้ให้บริการมือถือที่มีโครงข่ายสื่อสารข้อมูลได้เปรียบกว่าเอไอเอส ดีแทคอยู่หลายขุม

สิ่งที่ทำให้โครงข่ายโทรศัพท์มือถือของทรูมูฟแตกต่างจากโครงข่ายของเอไอเอสและดีแทคไปอีกขั้นหนึ่ง อยู่ตรงที่การคอนเวอร์เจนซ์โครงข่ายสื่อสารข้อมูลไร้สาย 'ไวไฟ' ของกลุ่มทรู ที่มีความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลอย่างต่ำ 1 เมกะบิตต่อวินาที โดยมีจุดฮอตสปอตกระจายตัวในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศกว่า 18,000 จุดทำให้ทรูมูฟกลายเป็นโครงข่ายเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ครบเครื่องมากที่สุด

จากความพร้อมของโครงข่ายดังกล่าว ทำให้ ทรูมูฟเป็นโครงข่ายที่มีเหมาะสมกับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนยี่ห้อดังอย่าง ไอโฟน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ทำให้ไอโฟนของทรูมูฟสามารถเข้าถึงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วกว่าใคร โดยตัวเครื่องไอโฟนจะดึงสัญญาณโครงข่ายที่แรงที่สุดมาใช้งานอัตโนมัติ แถมแพกเกจราคาก็ไม่ได้ต่างจากเอไอเอส หรือดีแทคมากนัก

ส่วนแพกเกจสมาร์ทโฟน 'แบล็กเบอรี่' ความเร็วของการใช้เครือข่ายไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากแบล็กเบอรี่ใช้แบนด์วิธในการใช้ข้อมูลไม่มาก โดยเฉพาะ 'บีบีเอ็ม' เป็นการส่งเท็กซ์ หรือรูปภาพที่ส่งก็มีขนาดไม่ใหญ่มาก ปัจจัยสำคัญในการเลือกแพกเกจของค่ายใดอยู่ตรงที่ พื้นที่บริการของเครือข่ายเป็นสำคัญ เนื่องจากผู้ใช้มีพฤติกรรมส่งข้อมูลเล็กๆ ต่อเนื่องทุกที่ทุกเวลา ถ้าเลือกแพกเกจที่เก็บตามจำนวนข้อมูลดาวน์โหลดเป็นเมกะบิตคุ้มค่ากว่าคิดเป็นนาที ซึ่งแพกเกจของเอไอเอสหรือดีแทคน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี

ส่วนแพกเกจดาต้าสำหรับผู้ใช้แอร์การ์ด อาจเริ่มจากเน็ตซิมที่เน้นใช้งานดาต้าอย่างเดียว ทั้งนี้ควรเลือกแพกเกจตามพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต ควบคู่กับ พื้นที่ที่ใช้งานบ่อยๆ ถ้านิยมดาวน์โหลดโน่นนั้นนี่จำนวนมากๆ ควรเลือกแพกเกจแบบใช้งานไม่จำกัดน่าจะคุ้มค่าที่สุด แต่ถ้าเป็นคนใช้งานเช็กเมล์ไม่มาก เข้าเว็บต่างๆ ไม่นิยมโหลดข้อมูล ซื้อแพกเกจดาต้า 100-200 เมกะบิตน่าจะเอาอยู่

สถิติที่รวบรวมจากผู้ให้บริการมือถือระบุว่า คนใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปมักจะใช้ข้อมูล 100-200 เมกะบิตต่อเดือน ส่วนวิธีคิดเงินเป็นนาทีนั้น ไม่เหมาะกับพื้นที่ให้ความเร็วแค่ GPRS ซึ่งค่อนข้างช้า หนึ่งนาทีอาจจะโหลดข้อมูลไม่ได้มาก ยิ่งเป็นพื้นที่มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถืออย่างหนาแน่น (วอยซ์) ทำใจได้เลยว่า ระบบจะลดความเร็ว GPRSหรือ EDGE ลงเพื่อให้ผู้ใช้บริการทางด้านเสียงก่อนแบบอัตโนมัติ ส่วนแพกเกจนั้นมีบริการเตือนกรณีใช้งานเกินก็จะทำให้สามารถบริหารการใช้งานได้ตรงตามงบ ที่สำคัญควรดูอัตราค่าบริการส่วนเกินว่า เป็นเท่าไรด้วยจะได้งบไม่บายปลาย

เทคนิคการเลือกแพกเกจดาต้านี้น่าจะพอเป็นไอเดียถึงวิธีเลือกแพกเกจในตลาดที่มีเยอะมากจนตัดสินใจไม่ถูก

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

แอลจีฝัน "คอนเทนต์" ดันตลาดทีวีอินเทอร์เน็ตโต

แอลจีฝัน "คอนเทนต์" ดันตลาดทีวีอินเทอร์เน็ตโต บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบประสบการณ์การรับชมโทรทัศน์รูปแบบใหม่อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วย LG INFINIA SMART TV โดยจับมือเนชั่น แชนแนล และเอ็มไทย พัฒนาเอ็กซ์คลูซีฟ คอนเทนต์สำหรับอินเทอร์เนตทีวีเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
แอลจีจับมือเนชัน ชาแนล และเอ็มไทย ดอทคอมเปิดตัวคอนเทนต์อินเตอร์เน็ตทีวีเป็นครั้งแรกของไทย ภายใต้คอนเซ็บต์ "LG Infinia smart TV" เตรียมพร้อมเสิร์ฟคอนเทนต์เพิ่มให้กับผู้ใช้งานในปี 54 อีก 12 ค่าย มั่นใจ"คอนเทนต์"จะช่วยดันตลาดทีวีอินเทอร์เน็ตโตแน่ปีหน้า
เฮียน วู (ฮาเวิร์ด) ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อิเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า นี่ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการพัฒนาคอนเทนต์อินเทอร์เน็ตทีวีเวอร์ชันภาษาไทย โดยแอลจีได้ร่วมมือกับเนชัน ชาแนล และเว็บไซต์เอ็มไทย ดอทคอม ในการนำเสนอคอนเทนต์เพื่อคนไทย ภายใต้แนวคิด 4C คือ Content (คอนเทนต์ที่หลากหลาย), Convenience (ความสะดวกสบาย), Connectivity (รองรับการเชื่อมต่อ) และ Charming (ดีไซน์สวย ล้ำสมัย)

"แอลจีมองเฉพาะคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข่าว และความบันเทิง การทำคอนเทนต์บนทีวีจำเป็นต้องเลือกหน่วยงานที่เน้นการนำเสนอผ่านวิดีโอคลิป เพราะมีความน่าสนใจกว่าคอนเทนต์ที่เป็นตัวหนังสือ ในส่วนของเอ็มไทย ดอทคอมนั้นเป็นเว็บพอร์ททัลที่มีความหลากหลายในการนำเสนอเนื้อหา และเป็นเว็บไซต์ที่อยู่คู่คนไทยมานาน อีกทั้งยังมีการนำเสนอเนื้อหาผ่านวิดีโอคลิปค่อนข้างมาก โดยจะมีคลิปวิดีโอดูดวงจากอาจารย์คฑา ชินบัญชร, เคล็ดลับความสวยความงาม, เทคโนโลยี, สัตว์เลี้ยง และสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ครบ" เฮียน วู (ฮาเวิร์ด) ลี กล่าว

LG Infinia smart TV เป็นแอปพลิเคชันทีวีรุ่นใหม่ของแอลจีที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตคอนเทนต์ต่างๆ ผ่านฟีเจอร์ NetCast ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างงายดายเพียงกดปุ่ม NetCast โดยทีวีรุ่นเล็กสุดที่รองรับคอนเทนต์ดังกล่าวจะมีขนาดเริ่มต้นที่ 32 นิ้ว และราคาเริ่มต้นที่ 22,900 บาท

ในระยะแรก LG Infinia smart TV พร้อมให้บริการทั้งหมด 10 คอนเทนต์ โดยแบ่งเป็นของไทย 2 คอนเทนต์คือเนชัน ชาแนล และเว็บไซต์เอ็มไทย ดอทคอม อีก 8 คอนเทนต์เป็นของต่างประเทศ ได้แก่ Youtube, Facebook, Twitter, Accedo, Google Maps, Vtuner, Accu Weather และ Picasa

"ในปี 54 เราเตรียมออกคอนเทนต์เพิ่มอีก 12 คอนเทนต์ แบ่งเป็นคอนเทนต์ไทย 5 และคอนเทนต์ต่างประเทศ 7 แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าคอนเทนต์อะไร เนื่องจากเป็นข้อตกลงที่วางไว้กับพาร์ทเนอร์"

ปัจจุบันแอลจีมีส่วนแบ่งทางตลาดรวมทีวีอยู่ที่ 22% คาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมีเพิ่มเป็น 25% คิดเป็นมูลค่า 7,200 ล้านบาท แอลจีตั้งใจว่าการเปิดตัวคอนเทนต์อินเตอร์เน็ตทีวีเวอร์ชันภาษาไทยจะเป็นตัวผลักดันให้แอลจีมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 28% ในปี 54
แอลจีฝัน "คอนเทนต์" ดันตลาดทีวีอินเทอร์เน็ตโต
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

โซนีเปิดตัว "NXCAM" กล้องวิดีโอระดับโปร เปลี่ยนเลนส์ได้

โซนีเปิดตัว "NXCAM" กล้องวิดีโอระดับโปร เปลี่ยนเลนส์ได้ โซนีประเทศญี่ปุ่นประกาศเปิดตัวกล้องวิดีโอแฮนดิแคม "NXCAM" สำหรับโปรเฟสชันนอล ที่ใช้เลนส์ E-Mount (ก่อนหน้านี้โซนีเคยเปิดตัว NEX VG10 กล้องวิดีโอเปลี่ยนเลนส์ได้ระดับคอนซูมเมอร์ออกมาวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว) โดยจะใช้ซูเปอร์เซ็นเซอร์แบบ CMOS ขนาด 35มม. และสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบไฟล์ AVCHD ความละเอียด 1080p (60P/30P/24P หรือ 50p/25p) รวมถึงไฟล์ MPEG-4 AVC/H.264. ได้

โดยจะวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นกลางปี 2011 ในราคาประมาณ 3,500เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 126,000 บาท

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

โซนีส่งเครื่องอ่านอีบุ๊ก 5 นิ้วบุกญี่ปุ่น

โซนีส่งเครื่องอ่านอีบุ๊ก 5 นิ้วบุกญี่ปุ่น โซนีประกาศเปิดตัวเครื่องอ่านอีบุ๊ก Sony Reader 2 รุ่นใหม่สู่ตลาดบ้านเกิด คือ PRS-350 และ PRS-650 อีบุ๊กหน้าจอ 5 และ 6 นิ้วที่โซนีเชื่อว่าจะสามารถเอาใจหนอนหนังสือที่ต้องการอุปกรณ์พกพาที่ทำงานอย่างอื่นได้นอกเหนือจากการอ่าน งานนี้โซนีพร้อมบุกตลาดญี่ปุ่นเต็มตัวด้วยการยกพลเครื่องอ่าน 6 รุ่นซึ่งโซนีกำลังทำตลาดในสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ในขณะนี้ มาเสริมตลาดเพื่อเป็นตัวเลือกแก่ผู้บริโภคแดนอาทิตย์อุทัย

โซนีมีแผนเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องอ่านอีบุ๊ก 2 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ในเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี (ตั้งแต่ปี 2007) ที่โซนี่ใช้ญี่ปุ่นเป็นตลาดเปิดตัวเครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นใหม่ หลังจากที่โซนีชะลอการทำตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กในบ้านเกิดลง
PRS-350 Reader Pocket Edition เป็นเครื่องอ่านอีบุ๊กขนาด 5 นิ้วที่มาพร้อมหน้าจอหมึกอีเล็กทรอนิกส์เทคโนโลยีของ E-Ink Corporation ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับ Amazon Kindle DX และ Kindle 3 ของอเมซอน หน่วยความจำรวม 2GB แต่สามารถเข้าถึงได้ 1.4GB มาพร้อมพอร์ต microUSB เพื่อการถ่ายโอนข้อมูลภาพและไฟล์อีบุ๊ก ขนาดเครื่อง 104.3x145x8.5 มม น้ำหนัก 155 กรัม

สำหรับ PRS-650 Reader Touch Edition มีหน้าจอใหญ่กว่า 350 ที่ 6 นิ้ว มีช่องต่อการ์ดหน่วยความจำ Memorystick PRO และ SD card ผู้ใช้สามารถฟังเพลงได้เพราะตัวเครื่องมีช่องต่อหูฟังขนาด 2.5 นิ้ว ทั้งหมดนี้ทำให้ 650 มีขนาดใหญ่กว่า 350 ที่ 118.8×168.0×9.6 มม น้ำหนัก 215 กรัม

รายงานระบุว่า เครื่องอ่านของโซนีสามารถรองรับไฟล์อีบุ๊กมาตรฐาน XMDF ซึ่งนำทีมการพัฒนาโดย Sharp ได้ด้วย ทำให้สามารถแสดงผลหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ภาษาญี่ปุ่นได้ดี จำหน่ายพร้อมปากกาสไตลัสเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดโน้ตได้ทันใจ

โซนียังประกาศให้บริการร้านหนังสืออีบุ๊ก Reader Store แก่ชาวญี่ปุ่น ซึ่งก่อนหน้านี้ให้บริการเฉพาะในสหรัฐฯและแคนาดาเท่านั้นบนปริมาณหนังสือทั้งสิ้น 20,000 เล่ม เบื้องต้น โซนีคาดว่าจะวางจำหน่าย PRS-350 ในราคา 20,000 เยน และ PRS-650 ในราคา 25,000 เยน (ประมาณ 7,200-9,000 บาท) กำหนดการจำหน่ายคือวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ผ่านร้านค้าปลีกมากกว่า 300 แห่งทั่วญี่ปุ่น

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ARKHIPPO 1 เคสพันธุ์ถึกสำหรับ iPhone 4


ARKHIPPO 1 เคสสำหรับ iPhone 4 มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ 165 x 80 x 47 มิลลิเมตร เพิ่มความสะดวกในการจับถือ หรือ แนบไว้กับซอกคอเวลาสนทนาพร้อมกับทำงานอย่างอื่น ARKHIPPO 1 ผลิตจากวัสดุ EVA มีความนุ่ม ยืดหยุ่น แต่แข็งแรงเป็นพิเศษ แม้ทำโทรศัพท์ตกก็หมดกังวัลไปได้เลยว่าจะกระทบกระเทือนไปถึงโทรศัพท์ เพราะ ARKHIPPO 1 ปกป้องไอโฟนของคุณได้ดียิ่งกว่าเคสประเภทอื่น ด้วยขนาดของเคสที่ใหญ่เหมาะมือ คุณจึงสามารถวางไอโฟนได้ทั้งแนวตั้งหรือแนวนอน ARKHIPPO 1 มีให้เลือก 7 สี (ส้ม, เขียว, ชมพู, น้ำเงิน, ม่วง, ขาว และ ดำ) ราคาประมาณ 720 บาท
ARKHIPPO 1 เคสพันธุ์ถึกสำหรับ iPhone 4
ที่มา siamphone

iPhone4 ดียังไง ทำไมถึงฮิต?

ตอนนี้ iPhone4 กำลังเป็น big event ในบ้านเรา เพราะโอเปอเรเตอร์เครือข่ายโทรศัพท์ทั้งหลายกำลังแข่งกันโปรโมท iPhone4 กันอย่างคึกคัก คึกโครม สำหรับคนที่รู้เกี่ยวกับ iPhone ดีอยู่แล้ว คาดว่าคงไม่ยอมตกข่าวกับรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นสาวก iPhone ทำไม iPhone4 ถึงน่าสนใจ เรามีคำตอบ
iPhone4 เป็น iPhone รุ่นล่าสุดจาก Apple ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จุดเด่นๆ นอกจากหน้าจอแบบ Touch Screen ที่ถือเป็นสไตล์หนึ่งของ iPhone ไปแล้ว ฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่เพิ่มมาก็เรียกความสนใจได้น่าดูทีดียว อย่างฟังก์ชั่นการสนทนแบบเห็นหน้า (FaceTime) ที่ทำได้ง่ายๆ แค่ใช้ Wi-Fi ก็ถือเป็นจุดหนึ่งที่เรียกว่า “ล้ำ” สุดๆ นอกจากนี้หน้าจอแบบคมชัด (Retina Display) ก็ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้มือถือเครื่องนี้ไม่ธรรมดา ไหนจะการใช้งานแบบ Multitasking ที่ช่วยให้ทำงานได้หลายโปรแกรม ไม่ต้องเปิดปิดให้ยุ่งยาก พร้อมฟังก์ชั่นการบันทึกภาพแบบ HD Video อีก เรียกว่าอัดมาเต็มที่ ให้รุ่นอื่นๆ ต้องค้อนกันเลยทีเดียว

สำหรับคนที่สนใจจะเป็นเจ้าของ iPhone4 หลังจากที่ปล่อยให้เมืองนอนเมืองนาฮิตมาซักพัก ในที่สุดเมืองไทยก็มีโอกาสซะที เพราะ 3 ข่ายผู้ให้บริการมือถือต่างประกาศออกมาเล้วว่า พร้อมเปิดตัวให้เป็นเจ้าของได้เร็วๆ นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง AIS ที่ถือว่าเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก คาดว่าจะมีเซอร์ไพร้สต่างๆ ตามมาเพียบ เพราะด้วยจำนวนของผู้ใช้บริการในระบบที่มากกว่าเจ้าอื่น คาดว่าโควตาเครื่องที่จะนำมาขายน่าจะสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ส่วนในเรื่องสัญญาณไม่น่าเป็นห่วงเพราะ iPhone4 ใช้ได้ทั่วประเทศแน่ๆ ไม่จำกัดอยู่แค่เฉพาะหัวเมืองใหญ่ๆ อย่าง iPhone3G ซึ่งเรื่องนี้ระบบใครครอบคลุมมากย่อมได้เปรียบ

ราคายังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทั้ง 3 ค่ายอุบเงียบกันอยู่ แต่คาดว่าคงไม่ต่างกันเท่าไหร่ งานนนี้คงฟาดฟันกันด้วยโปรโมชั่น ของแถม ของที่ระลึกที่จะตามมา แต่ถึงจะฟาดฟันกันอย่างไร งานนี้บอกได้อย่างเดียวว่าผู้บริโภคอย่างเราน่าจะกำไรเห็นๆ

iPhone4 ดียังไง ทำไมถึงฮิต?
ที่มา news.siamphone.

iPhone แบบสไลด์ข้างคีย์บอร์ดเอาใจคนชอบแชท

หากใครที่ใช้งาน iPhone 4 แล้วรู้สึกอิจฉาคนที่ใช้เครื่องสมาร์ทโฟนแบบมีคีย์บอร์ดสไลด์ข้างทำให้ง่าย ต่อการพิมพ์งาน หรือแชทอย่างเต็มรูปแบบแล้วหล่ะก็ วันนี้เราจะทำให้หลายๆ คนอิจฉา และมองคุณตาเป็นมัน เพราะวันนี้มีอุปกรณ์เสริมแบบเต็มรูปแบบด้วยการสวมใส่เคส BoxWave KeyBoard Buddy ไว้ และเลื่อนสไลด์คีย์บอร์ดลงมาเท่านี้ก็สามารถใช้งานการพิมพ์ได้ดั่งใจแล้ว สำหรับความหนานั้นก็จะเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย ส่วนเรื่องราคานั้นยังไม่มีการแจ้งมาเป็นที่แน่นอนแต่ดูเหมือนว่าจะเริ่มมี จำหน่ายในเดือนหน้านี้
ที่มา mobilemag

Hybrid E-Ink และ AMOLED ผสานเทคโนโลยีเพื่อยืดอายุการใช้งานแบต

หน้าจอเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุด ดังนั้น นวัตกรรมเกี่ยวกับหน้าจอจะเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากๆ มีผู้ผลิตหลายรายพยายามสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ดีๆ ขึ้นมา แต่ในแง่ของการตลาดมันก็มักจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่การผสมความสามารถของสองเทคโนโลยีนี้น่าจะทำให้ทุกคนได้ประโยชน์ AMOLED เป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมในโทรศัพท์มือถือเพราะให้สีสันที่คมชัด และเมื่อเข้าสู่โหมด Standby มันจะเปลี่ยนไปใช้ E-Ink ที่ตอนนี้บรรดานักอ่านหนังสือยอมรับแล้วว่าชาร์จแบตครั้งเดียว อยู่ได้เป็นอาทิตย์ นั้นหมายความว่าการใช้งานแบตเตอรี่ของเราจะยาวนานขึ้นโดยที่เราไม่ต้องเสีย สละหน้าจอสวยๆ ตลอดกาล
ที่มา NotebookSpec

วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

คาด “iPad 2” ลุยตลาดเมษายนปีหน้า

แฟ้มภาพ iPad แท็บเล็ตยอดฮิตจากแอปเปิลซึ่งคาดว่าจะมีรุ่นที่ 2 ตามมาในเดือนเมษายน ปี 2011
ท่ามกลางข่าวลือมากมายเกี่ยวกับ “iPad 2” แท็บเล็ตรุ่นใหม่ในตระกูล iPad ของแอปเปิลที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าแอปเปิลจะใช้ชื่อใดในการทำตลาด ล่าสุดนักวิเคราะห์จากบริษัท Gleacher & Company ประกาศว่าได้รับข้อมูลวงในที่ชี้ว่าแอปเปิลจะเปิดตัว iPad รุ่น 2 ได้ในเดือนเมษายน 2011 หรืออีกประมาณ 5 เดือนข้างหน้า

การคาดการณ์นี้เป็นของไบรอัน มาร์แชล (Brian Marshall) นักวิเคราะห์ของบริษัท Gleacher & Company ซึ่งให้สัมภาษณ์ต่อนิยสาร Computerworld จนกลายเป็นข่าวทั่วอินเทอร์เน็ต เพราะความเห็นครั้งนี้สวนทางกับรายงานข่าวในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสื่อออนไลน์ในช่วงเวลานั้นเชื่อว่าแอปเปิลจะแจ้งเกิด iPad 2 เพื่อจำหน่ายในช่วงเทศกาลจับจ่ายปลายปีนี้

อย่างไรก็ตาม ความเห็นของมาร์แชลกลับสอดคล้องกับรายงานล่าสุดจากสำนัก Digitimes ที่เชื่อว่า iPad 2 จะยังไม่ถึงกำหนดคลอดในปีนี้ โดยระบุว่าบริษัทซัปพลายเออร์ 3 รายใหญ่ Ibiden, Tripod และ TTM นั้นเพิ่งได้รับใบรับรองจากแอปเปิลในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนเพื่อให้เริ่มเปิดสายพานการผลิตแผงวงจร HDI สำหรับจัดส่งภายในเดือนธันวาคมนี้ แต่จะเป็นการผลิตชิ้นส่วนแผงวงจรที่ยังมีจำนวนไม่มาก ทำให้เชื่อว่า iPad2 จะผลิตไม่ทันปลายปีแน่นอน

Digitimes ยังอ้างแหล่งข่าววงในอีกว่า แอปเปิลมีแผนเพิ่มสายการผลิตในโรงงานเพิ่มอีก 4 แห่งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า นี่คือสัญญาณที่ชี้ว่าแอปเปิลกำลังเตรียมพร้อมเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เต็มรูปแบบในไตรมาสแรกปีหน้า ซึ่งเมื่อคำนวณร่วมกับข่าวลือเรื่องการผลิตหน้าจอที่เชื่อกันว่าเป็นส่วนประกอบของ iPad รุ่นใหม่ ก็จะเป็นไปในกรอบเวลาที่สอดคล้องกัน

สำหรับคุณสมบัติใหม่ใน iPad2 เชื่อกันว่าจะเป็นการใส่กล้องดิจิตอลด้านหน้าและหลังสไตล์เดียวกับ iPhone 4 เพื่อให้ผู้ใช้ iPad 2 สามารถสื่อสารผ่านวิดีโอได้บนโปรแกรม Facetime ขณะเดียวกัน หลายเสียงเชื่อว่าแอปเปิลจะเพิ่มเซ็นเซอร์ gyroscopic มาให้คอเกมสามารถเล่นเกมได้หลายหลายบนความสามารถในการตรวจจับความเคลื่อนไหวของเครื่องได้อย่างอัจฉริยะยิ่งขึ้น รวมถึงกระแสข่าวว่าแอปเปิลอาจจะเปลี่ยนใจมาใช้พอร์ต mini-USB แทนพอร์ตเชื่อมต่อแบบเข็ม 30-pin ที่แอปเปิลใช้กับ iPad รุ่นแรก บนน้ำหนักเครื่องที่คาดว่าจะเบาบางยิ่งขึ้น
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

RIM โดนมือดีปล่อยดาวน์โหลด BlackBerry OS 6 ล่าสุดสำหรับ Curve และ Bold

Breaking News - หลังจาก BlackBerry OS 6.0 ได้เปิดตัวไปแล้วอย่างเป็นทางการพร้อมการรองรับคุณสมบัติใหม่อย่าง Universal Search, Social Feeds รูปแบบใหม่ รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพและความเสถียรให้ดียิ่งขึ้น ล่าสุดมีมือดีนำอัปเดตไฟล์ BlackBerry OS เวอร์ชั่นล่าสุด 6.0.0.358 จาก RIM มาเผยแพร่สู่สาธารณะชนอย่างไม่เป็นทางการแล้ว โดยไฟล์ดังกล่าวเป็นอัปเดตไฟล์ขนาด 155MB แบ่งเป็นรุ่นที่รองรับ 2 รุ่นได้แก่ Curve 9300 และ Bold 9700 ซึ่งผู้ใดสนใจอัปเดตไฟล์นี้สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้โดย >คลิกได้ที่นี่<
*แต่ทั้งนี้ ก่อนจะเข้าสู่การดาวน์โหลดทางผู้จัดการไซเบอร์ขอเตือนก่อนว่า ตัว OS ที่นำมาบอกกล่าวนี้ ยังไม่ใช่ตัว OS ที่ทาง RIM ตรวจสอบความถูกต้องมาเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นใครที่อยากอัปเดตควรศึกษาวิธีการติดตั้งรวมถึงรายละเอียดตามเว็บบอร์ดหรือเว็บไซต์ต่างๆ ให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Nokia C7 ดีไซน์บางเฉียบ-กล้องเจ๋งสุดๆ

Nokia C7 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ออกตามหลัง Nokia N8 มาติดๆ จะเรียกว่าพี่น้องคลานตามกันมาก็ว่าได้ โดย Nokia C7 จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่สองของบริษัทที่ทำงานด้วยระบบปฎิบัติการ Symbian 3 พร้อมชูจุดเด่นคือ ดีไซน์ตัวเครื่องที่บางเฉียบ น้ำหนักเบา กล้อง HD และราคาที่ถูกกว่า ดูเหมือน Nokia จะเริ่มติดเครื่องแล้ว หลังจากที่ Nokia N8 เจอโรคเลื่อน โดยล่าสุดทางบริษัทได้เปิดตัว Nokia C7 ตามออกมาติดๆ ด้วยดีไซน์ตัวเครื่องที่มีดีไซน์บางเฉียบขอบมนสวยงาม พร้อมด้วยหน้าจอระบบสัมผัส ClearBlack AMOLED 3.5 นิ้ว ความละเอียด 640 x 360 พิกเซล (16.7 ล้านสี) เท่ากับ N8 แน่นอนว่า คุณจะได้เห็นภาพหน้าจอที่คมชัดสว่างสดใสไม่แพ้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ Nokia C7 มาพร้อมกับหน่วยความจำภายในเครื่อง 8GB และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ microSD เพิ่มได้สูงสุด 32GB สนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย Blutooth 3.0, Wi-Fi b/b/n พร้อมระบบแผนที่นำทาง GPS ส่วนพรีโหลดแอพฯที่น่าสนใจก็อย่างเช่น Ovi Maps, QuickOffice, Message reader และ Adobe PDF viewers ตลอดจนวิดเจ็ตสำหรับติดตามข่าว และคลิปจาก CNN หรือจะดาวน์โหลดแอพฯเพิ่มเติมที่มีมากกว่า 13,000 แอพ จาก Ovi Store ก็ได้
ที่มา Arip

Kin One และ Kin Two! เค้ากลับมาแล้ว

หลังจากที่ทำยอดไม่ค่อยจะดีนักสำหรับ สมาร์ทโฟนจากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft จนถึงขั้นต้องมีการปิดตัวไปช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดมีรายงานข่าว ยืนยันการกลับมาของ Kin One และ Kin Two โดย Verizon เป็นผู้ดึงกลับเข้ามาในตลาดอีกครั้ง และได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่และราคาใหม่ โดยจะเปลี่ยนโฉมเป็น Kin ONEm และ Kin Twom สองโทรศัพท์มือถือที่หันมามุ่งเน้นสำหรับกลุ่มเยาวชนเป็นหลัก โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 19.99 เหรียญ หรือประมาณ 650 บาท และ 49.99 เหรียญ หรือประมาณ 1600 บาท ตามลำดับ ซึ่ง 2 ราคานี้ก็ยังคงจะพ่วงมากับ สัญญา 2 ปีกับทางต้นสังกัดอีกเช่นเคย นอกจากนี้ Verizon ยังเสนอโปรโมชั่นพิเศษซื้อหนึ่งแถมหนึงอีกด้วยพูดง่ายๆว่าต้องการทำยอดขาย แบบสุดๆ กันเลนทีเดียว เอาล่ะคราวนี้เรามาดู Spec ของทั้ง 2 เครื่องกันดีกว่าว่าหลังจากที่หายเงียบไปพักใหญ่กลับมาคราวนี้จะเป็นอย่างไร บ้างและน่าสนใจขนาดไหน
Kin ONEm รายละเอียดก็จะมีดังนี้ หน้าจอแบบ QVGA TFT Capacitive Touchscreen ความละเอียด 320×240 และมีขนาด 2.6 นิ้ว แป้นพิมพ์แบบ QWERTY สไลด์ออกทางคีย์บอร์ด หน่วยความจำขนาด 4GB RAM 256MB กล้อง 5.0 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัสพร้อมด้วย Lumi LED Flash แบตเตอรี่ที่มีเวลาการใช้งานได้ถึง 340 นาทีและเวลาสแตนด์บายได้ถึง 210 ชั่วโมง มีช่องสำหรับเสียบ Audio Jack 3.5 มม. รองรับระบบ WiFi 802.11 b / g และ Bluetooth ส่วนรายละเอียดของ Kin Twom ก็จะมีดังนี้ หน้าจอ QVGA TFT Capacitive Touchscreen ความละเอียด 320×240 เหมือนกับ Kin ONEm แต่จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าคือ 3.4 นิ้ว แป้นพิมพ์แบบ QWERTY สไลด์ออกทางด้านข้าง หน่วยความจำ 8GB RAM 256MB กล้อง 8.0 ล้านพิกเซลและแฟลช LED ใน Kin Twom มีการเพิ่มความสามารถในการบันทึกวิดีโอความระเอียด 720p ส่วนแบตเตอรี่ที่มีใช้งานได้นานถึง 365 นาทีและเวลาสแตนด์บายได้ถึง 232 ชั่วโมง รองรับระบบ WiFi 802.11 b/g และ Bluetooth ส่วนรายละเอียดย่อยที่เหลื่อนั้นก็จะคล้ายกับ Kin ONEm นั่นเอง
ที่มา http://www.igadgety.com/?p=6548

PeeWeePC เปิดตัวเครื่อง Pivot 2.0 Convertible Tablet สำหรับเด็กๆ

PeeWeePC เคยเปิดตัว Power Laptop เป็นเน็ตบุ๊กสำหรับเด็กไปแล้วเมื่อตอนต้นปี ตอนนี้ PeeWeePC ได้ทำการปรับปรุง Intel Classmate PC ออกมาเป็น Pivot 2.0 โดยมีการเพิ่มคีย์บอร์ดกันน้ำ หวังว่าเด็กจะทำพังช้าลงอีกนิด สำหรับสเปคก็ไม่มีอะไรพิเศษ Intel Atom N450 ขนาด 10.1 นิ้ว ฮาร์ดดิสก์ 160 GB ขนาด 1.8 นิ้ว แรม 1 GB WiFi n, LAN 10/100, BT, กล้อง 1.3 MP แบต 6 เซลล์อยู่ได้ 5 ชั่วโมง มี Accelerometer ลง Windows XP Home Edition น้ำหนัก 1.6 กิโลกรัม มี USB 2 พอร์ต ราคาอยู่ที่ 18,000 บาท
ที่มา NotebookSpec

วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

มาแล้ว!! แท็บเล็ตบีบี "BlackBerry PlayBook"

ตามความคาดหมาย ริม (RIM) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบล็กเบอรี่โชว์ตัวคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต 7 นิ้วต่อหน้านักพัฒนาในงาน BlackBerry DevCon 2010 ที่ผิดคาดคือชื่อรุ่นที่ไม่ใช่ Black Pad" แบบที่ลือกัน แต่ใช้ชื่อ BlackBerry PlayBook แทน กำหนดการวางจำหน่ายเบื้องต้นคือปีหน้า

BlackBerry PlayBook นั้นไม่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการแบล็กเบอรี่โอเอส แต่ใช้ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์จากบริษัท QNX หน้าจอขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 1024x600 พิกเซล ด้านหน้าติดกล้องดิจิตอล 3 ล้านพิกเซล ด้านหลังติดกล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล

ที่น่าสนใจคือ BlackBerry PlayBook สามารถถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงเต็มขั้น HD 1080p มาพร้อมหน่วยประมวลผล (ซีพียู) ดูอัลคอร์ Cortex-A9 1GHz ทำให้สามารถประมวลผลงานหลายงานได้พร้อมกัน การันตีว่าผู้ใช้จะสามารถทำงานพร้อมกันหลายหน้าต่างได้ (multi tasking)

PlayBook มาพร้อม RAM 1GB รองรับเครือข่ายไร้สาย 802.11 a/b/g/n Wi-Fi และบลูทูธ 2.1 ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าตัวเครื่องหนา 9.7 ม.ม. น้ำหนักประมาณ 400 กรัม
มาแล้ว!! แท็บเล็ตบีบี "BlackBerry PlayBook"
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

กำเนิด"PlayBook" แท็บเล็ตพันธุ์บีบี

Mike Lazaridis ผู้ร่วมก่อตั้งริม
สมรภูมิคอมพิวเตอร์กระดานชนวนหรือแท็บเล็ตคึกคัก เมื่อ"ริม (RIM)" ผู้ผลิตแบล็กเบอรีตัดสินใจแจ้งเกิด "BlackBerry PlayBook" แท็บเล็ตตัวแรกของบริษัทสู้ การันตีเป็นแท็บเล็ตสำหรับมืออาชีพตัวแรกในตลาด คาดวางตลาดปีหน้า

ที่เวทีงานประชุมนักพัฒนาประจำปี DevCon 2010 บริษัท ริม เปิดตัวสินค้าตัวแรกที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน" PlayBook" มาในรูปคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตหน้าจอสัมผัสทรงกระดานชนวน ริมระบุว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้ทำงานมากกว่าความบันเทิง หวังตอบโจทย์กลุ่มนักธุรกิจที่เป็นผู้ใช้บีบีอยู่แล้วให้สามารถใช้งานได้รอบด้าน

จุดเด่นของ BlackBerry PlayBook ที่แท็บเล็ตยี่ห้ออื่นไม่มี อยู่ที่ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์จากบริษัท QNX มาใช้ แทนระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนอย่างแบล็กเบอรี่โอเอส หรือแอนดรอยด์ทั่วไป โดยริมให้ชื่อเรียกระบบปฏิบัติการนี้ว่า BlackBerry Tablet OS เป็นผลงานการออกแบบของบริษัท QNX Software ซึ่งริมซื้อลิขสิทธิ์มาเมื่อต้นปีนี้ หน้าจอเครื่องขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 1024x600 พิกเซล ด้านหน้าติดกล้องดิจิตอล 3 ล้านพิกเซล ด้านหลังติดกล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล ตัวเครื่องหนา 9.7 มม.

BlackBerry PlayBookยังมีหน่วยประมวลผล (ซีพียู) ดูอัลคอร์ Cortex-A9 1GHz ทำให้สามารถประมวลผลงานหลายงานได้พร้อมกัน หน่วยความจำสำรอง RAM 1GB รองรับเครือข่ายไร้สาย 802.11 a/b/g/n Wi-Fi และบลูทูธ 2.1 สามารถแสดงผลเว็บไซต์มาตรฐาน HTML5 และวิดีโอโปรแกรม Flash ได้

นอกจากนี้ ใน BlackBerry PlayBook ยังมีจุดน่าสนใจคือ สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงเต็มขั้น HD 1080p ได้ แต่ในส่วนพื้นที่เก็บข้อมูล ยังไม่แน่ชัดว่าหน่วยความจำภายในของ BlackBerry PlayBook เป็นเท่าใด ซึ่งข้อมูลรุ่นต้นแบบที่ถูกเปิดเผยในงานนั้นมีให้เลือกทั้ง 16GB และ 32GB

เบื้องต้น PlayBook คาดว่าจะสามารถวางตลาดในสหรัฐฯช่วงต้นปีหน้า (2011) สำหรับการวางจำหน่ายทั่วโลกคาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2011 ยังไม่มีรายงานคาดการณ์ราคาใดๆ

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ BlackBerry PlayBook เนื่องจากริมไม่เปิดเผยข้อมูลอายุการใช้แบตเตอรี่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่นักธุรกิจและผู้ใช้งานทั่วไปจำเป็นต้องพิจารณาให้ดีก่อนการเลือกซื้อ

Mike Lazaridis ผู้ร่วมก่อตั้งริม ระบุว่ากลุ่มเป้าหมายของ PlayBook คือนักธุรกิจที่ใช้งานแบล็กเบอรีอยู่แล้ว โดยออกแบบให้เครื่องสามารถเชื่อมกับ BlackBerry Enterprise Servers หรือซอฟต์แวร์ตัวกลางของแบล็กเบอรี่ที่จะทำให้พนักงานในกลุ่มธุรกิจสามารถเชื่อมต่อสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็ว โดยริมระบุว่าผู้ใช้ PlayBook จะสามารถใช้งาน BlackBerry Enterprise Server ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่ต้องตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์, ซอฟต์แวร์, ความปลอดภัย รวมถึงแพคเกจค่าบริการข้อมูลใหม่

ริมระบุว่าจากการที่ ธุรกิจมากกว่า 250,000 แห่งทั่วโลกล้วนใช้งาน BlackBerry Enterprise Servers จุดนี้ริมมองว่า PlayBook จะสามารถดึงดูดบริษัทที่ต้องการให้พนักงานใช้แท็บเล็ตโดยไม่ต้องตั้งค่าอุปกรณ์ใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ ความสามารถในการเล่นวิดีโอความละเอียดสูงบนทีวีด้วยพอร์ต HDMI video out ก็จะทำให้ผู้ใช้สามารถแสดงวิดีโอพรีเซนเทชันระหว่างการประชุมได้แบบมืออาชีพ รวมถึงกล้องดิจิตอลหน้าเครื่องที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถทำวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กันได้

นอกจากความสามารถด้านธุรกิจ PlayBook ยังรองรับคุณสมบัติอย่าง OpenGL ซึ่งทำให้นักพัฒนาเกมสามารถสร้างเกม 3 มิติเพื่อเล่นบน PlayBook ได้ จุดนี้ Dan Dodge ซีอีโอของ QNX ระบุว่าเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อเอาใจผู้ใช้งาน ซึ่งส่วนตัวซีอีโอมองว่าผู้บริโภคนั้นไม่ได้ต้องการซื้อแท็บเล็ตมาเพื่อเล่นเกมอย่างเดียว

ในส่วนระบบสมาร์ทโฟน งานนี้ริมเปิดตัวแพลตฟอร์มการทำงานใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกนักพัฒนาเพิ่มขึ้นอีกหลายจุด หนึ่งในนั้นคือ BBM Social Platform ซึ่งนักพัฒนาจะสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันด้านการแชตแบบเรียลไทม์ การแบ่งปันคอนเทนต์ รวมถึงสร้างชุมชนโดยเชื่อมต่อทางโปรแกรมแชต BBM ได้ เท่ากับผู้ใช้บีบีในอนาคตจะสามารถเชื่อมถึงกันแนบแน่นกว่าที่เป็นอยู่

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

เชื่อแท็บเล็ตบีบี BlackBerry Playbook ราคาไม่ถึง 500 เหรียญ

ริม (Research In Motion) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนบีบีหรือ BlackBerry แย้มแผนจำหน่ายคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเครื่องแรกของบริษัท ระบุว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือช่วงไตรมาสแรกปีหน้า ในราคาไม่เกิน 500 เหรียญสหรัฐหรือไม่เกิน 15,000 บาท ถือเป็นข้อมูลแสนอัศจรรย์ใจที่มองผาดเดียวก็รู้ว่าเป็นความพยายามในการต่อสู้กับเจ้าตลาดอย่าง iPad ของแอปเปิล
Jim Balsillie ประธานบริหารร่วมของริมให้สัมภาษณ์ในกรุงโซล เกาหลีใต้ ในวันพุธที่ 10 พ.ย. 53 เพียงว่าแท็บเล็ตของริม BlackBerry Playbook จะมาพร้อมราคาที่สามารถแข่งขันได้ดี โดยริมจะจำหน่าย Playbook ผ่านร้านค้าปลีกในสหรัฐฯเช่น Target Corp. และ Best Buy Co. ควบคู่ไปกับการจำหน่ายผ่านโอเปอเรเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดตลาดเต็มตัวได้ในปี 2011

คำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารริมทำให้สื่อต่างประเทศเชื่อว่า แท็บเล็ตของริมจะมีราคาไม่เกินคู่แข่งอย่าง iPad ซึ่งแอปเปิลเริ่มจำหน่ายในราคาต่ำสุด 499 เหรียญ (รุ่น Wi-Fi 16GB) เท่ากับราคา Playbook มีโอกาสสูงมากที่จะมีมูลค่าต่ำกว่า 500 เหรียญสหรัฐ
สถิติไตรมาส 3 ของปี 2011 ที่ผ่านมาพบว่า iPad ครองสัดส่วนตลาดโลกถึง 95% โดยตลาดแท็บเล็ตโลกนั้นขยายตัวเพิ่มขึ้น 26% มาเป็น 4.4 ล้านเครื่อง ซึ่ง iPad สามารถจำหน่ายได้ 4.19 ล้านเครื่องในช่วงเวลาดังกล่าว ตัวเลขนี้ทำให้ผู้ผลิตทั้ง RIM, Hewlett-Packard Co., Samsung Electronics Co. และ Motorola Inc. พยายามหาทางดึงส่วนแบ่งตลาดมาครองบ้าง กลายเป็นการให้กำเนิดกองทัพแท็บเล็ตที่คาดว่าจะโจมตีผู้บริโภคอย่างจริงจังในช่วงปีหน้า

ผู้บริหารริมย้ำว่า นอกจากสหรัฐอเมริกา ริมจะวางจำหน่าย BlackBerry Playbook ในพื้นที่หลายประเทศช่วงไตรมาสที่สองของปี 2011

PlayBook ถูกเปิดตัวครั้งแรกบนเวทีงานประชุมนักพัฒนาประจำปี DevCon 2010 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นสินค้าตัวแรกของริมที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน แต่เป็นคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตหน้าจอสัมผัสทรงกระดานชนวนที่มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้ทำงานมากกว่าความบันเทิง จุดประสงค์หลักคือการตอบโจทย์กลุ่มนักธุรกิจที่เป็นผู้ใช้บีบีอยู่แล้วให้สามารถใช้งานได้รอบด้าน จุดเด่นของ BlackBerry PlayBook ที่แท็บเล็ตยี่ห้ออื่นไม่มีคือระบบปฏิบัติการยูนิกซ์จากบริษัท QNX ไม่ใช่ระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนอย่างแบล็กเบอรี่โอเอส หรือแอนดรอยด์ทั่วไป โดยริมให้ชื่อเรียกระบบปฏิบัติการนี้ว่า BlackBerry Tablet OS หน้าจอเครื่องขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 1024x600 พิกเซล ด้านหน้าติดกล้องดิจิตอล 3 ล้านพิกเซล ด้านหลังติดกล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล ตัวเครื่องหนา 9.7 มม.

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า BlackBerry PlayBookมีหน่วยประมวลผล (ซีพียู) ดูอัลคอร์ Cortex-A9 1GHz ทำให้สามารถประมวลผลงานหลายงานได้พร้อมกัน หน่วยความจำสำรอง RAM 1GB รองรับเครือข่ายไร้สาย 802.11 a/b/g/n Wi-Fi และบลูทูธ 2.1 สามารถแสดงผลเว็บไซต์มาตรฐาน HTML5 และวิดีโอโปรแกรม Flash ได้ รวมถึงการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงเต็มขั้น HD 1080p แต่ในส่วนพื้นที่เก็บข้อมูล ยังไม่แน่ชัดว่าหน่วยความจำภายในของ BlackBerry PlayBook เป็นเท่าใด ซึ่งข้อมูลรุ่นต้นแบบที่ถูกเปิดเผยในงานนั้นมีให้เลือกทั้ง 16GB และ 32GB

สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดในธุรกิจสมาร์ทโฟนของริมในขณะนี้ คือการประกาศลดราคา BlackBerry Torch ในสหรัฐฯลงเหลือ 99.99 เหรียญ (สำหรับผู้ซื้อพร้อมสัญญาใช้งานต่อเนื่อง 2 ปีกับ AT&T) จากราคาเดิม 199.99 เหรียญที่ตั้งไว้ในช่วงวันที่ 12 สิงหาคม 53 ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวเพื่อการแข่งขันกับคู่แข่งอย่างดุเดือด
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซด์ FlashSanook แฟลชเกมสนุกของคนออนไลน์