วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

Leica D-Lux 5 สำหรับแฟนตัวจริง


ไลก้า เปิดตัวกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ Leica D-Lux 5 เป็นกล้องขนาด 10.1 ล้านพิกเซล กับจอขนาด 3 นิ้ว มาพร้อมลูกเล่นที่น่าสนใจ ออปติคอลซูมได้ 3.8 เท่า ดิจิตอลซูม 4 เท่า เทียบเท่าเลนส์ 24-9 มม.ของกล้อง 35 มม. ถ่ายภาพเคลื่อนไหวเอชดี 720p ในฟอร์แมต AVCHD บันทึกต่อเนื่องได้นานถึง 29 นาที ความเร็วของชัตเตอร์ ถ่ายได้เร็วถึง 10 เฟรมต่อวินาที สนนราคา 630 ปอนด์ หรือประมาณ 30,000 บาท เตรียมวางตลาดเดือน ต.ค.นี้.
ที่มา Thairath

Toshiba Satellite L635 Laptop สำหรับเด็ก


Toshiba Satellite L635 Laptop สำหรับเด็ก Toshiba และ BestBuy ได้เข้าร่วมกันเพื่อเปิดตัวแล็ปท็อปใหม่ที่แข็งแรงทนทาน ซึ่งมีการกำหนดเป้าหมายสำหรับเด็ก ในรุ่น Satellite L635 เป็นแล็ปท็อปที่มุ่งเน้นเยาวชนครั้งแรกในตลาด แล็ปท็อปมีแป้นพิมพ์และซอฟต์แวร์สำหรับเด็ก เช่น Net Nanny และ kid-Zui
Toshiba Satellite L635 เป็นแล็ปท็อปสำหรับเด็กอายุ 5 ถึง 10 ที่มีชุดของซอฟต์แวร์ความบันเทิงและการศึกษาและช่วยให้ผู้ปกครองเพื่อความ มั่นใจว่าเด็กของพวกเขาอยู่ในความปลอดภัยบนเว็บ แล็ปท็อปยังสนับสนุนขนาด 13.3 นิ้วแสดงผลความละเอียดสูงในแนวทแยง, หน่วยประมวลผล Celeron dual – core, มีดีวีดีและเว็บแคม จะออกจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2010 นี้ ด้วยราคา 500$ (ราคานี้ถือว่าไม่แพงเท่าไรแต่เรื่องน้ำหนักอาจเป็นปัญหาสำหรับเด็ก)
ที่มา Notebookthai

โซนี่เตรียมเปิดตัว Google TV ตุลาคมนี้

ข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังติดตามความเคลื่อนไหวของ Google TV ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ต้นสังกัดโซนี่ได้เริ่มมีการทยอยส่งบัตรเชิญให้กับเหล่าบรรดาสื่อมวลชนและ ผู้ที่เกี่ยวข้องให้มาเข้าร่วมงาน New York City Media Event ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ พร้อมกับให้สัญญาว่าจะมีการเปิดตัวแนะนำโทรทัศน์ที่สามารถใช้งานอินเทอร์ เน็ตได้เป็นเครื่องแรกของโลก ข่าวดังกล่าวชี้ให้เห็นชัดว่า ในวันที่ 12 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ทางต้นสังกัดโซนี่จะมีการเปิดตัวแนะนำ Internet Television ซึ่งจะเป็นชุดโฮมวีดีโอเครื่องแรกที่มีการติดตั้งการรองรับ Google TV ไว้ภายในโดยบริการ Google TV นี้ เป็นบริการใหม่จากทางกูเกิ้ลที่สนับสนุนการใช้งานเวบวีดีโอ ซึ่งจะรวมเอาการใช้งานกูเกิ้ลเสิร์จและเวบที่ประกอบด้วยแฟลชวีดีโอมาใช้งาน ได้โดยตรงผ่านทางทีวี นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า โซนี่ทีวีนี้ ยังสามารถใช้งานร่วมกับเครื่องเล่นดีวีดีบลูเรย์ของโซนี่ได้อีกด้วย โดยจะมีกำหนดจำหน่ายราวปลายปีนี้
ที่มา Pantip

“Touch and Type” ชอตเด็ดบนตลาดใหม่

ไม่เพียงการเปลี่ยนแปลงไลน์อัพในกลุ่มสมาร์ทโฟนเท่านั้น โนเกียได้มีการวางกลยุทธ์ที่จะใช้มือถือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังผู้ใช้ใหม่อีกกว่า 1 พันล้านคน ด้วยการพัฒนามือถือในระดับราคาที่ทุกคนสามารถหาซื้อได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันตลาดมือถือ “Touch and Type”
โนเกียพยายามตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการเชื่อมโยงผู้คน ในงานโนเกีย เวิลด์ 2010 ซึ่งในการเชื่อมโยงผู้คนนั้นมีความหมายมากกว่าการเป็นแค่โทรศัพท์มือถือ ทำให้โนเกียปรับปรุงผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือรุ่นที่มีหลากหลายฟีเจอร์และเน้นบริการอินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมต่อไปยังโลกที่มีอัตราประชากร 4 ใน 5 คนเข้าถึงสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่

“โนเกียมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตในตลาดโลกและรักษาความเป็นผู้นำในการให้บริการเสียงและข้อมูลสำหรับคนส่วนมาก” แมรี่ แมคโดเวล รองประธาน โทรศัพท์มือถือโนเกีย กล่าว

โนเกียมองว่าคนจำนวนมากขึ้นจะเข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสาร โดยการใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่าการใช้คอมพิวเตอร์ โดยร้อยละ 80 ของประชากรโลกจะเข้าถึงเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และโทรศัพท์จะเป็นอุปกรณ์ที่ให้ประสบการณ์แบบเดียวกับคอมพิวเตอร์กับคนหลายพันล้านคนที่กำลังเข้าสู่โลกออนไลน์

มือถือหนึ่งที่โนเกียเล็งว่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดใหม่ที่มุ่งเน้นการใช้งานอินเทอร์เน็ตนั้น คือมือถือในลักษณะของ “Touch and Type” หลังจากโนเกียเปิดตัวโนเกีย X3 Touch and Type ในงานโนเกีย เวิลด์ 2010 โนเกียเผยโฉมมือถือ Touch and Type เครื่องที่ 2 โนเกีย C3 Touch and Type ที่เป็นการผสานหน้าจอสัมผัสและแป้นพิมพ์ไว้ด้วยกัน

โนเกีย C3 Touch and Type จะเป็นโทรศัพท์มือถือในระดับราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ เป็นมือถือในซีรีส์ 40 ดีไซน์คลาสสิกทำจากสเตนเลสสตีล รองรับระบบ 3G WLAN และกล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช เครื่องเล่นเพลง วิทยุเอฟเอ็ม รองรับการ์ดความจำได้มากถึง 32GB จุดเด่นสำคัญของมือถือรุ่นนี้คือสามารถใช้งานข้อความและอีเมล พร้อมทั้งแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้

“เราสร้างมือถือในราคาย่อมเยา ผู้บริโภคสามารถใช้แอปพลิเคชั่นจากทั่วโลกที่มีคอนเทนต์สอดคล้องกับความต้องการได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย ในราคาที่สามารถซื้อได้ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่โนเกียเล็งไว้ด้วย” แมคโดเวล กล่าว

ที่มา http://www.managerweekly.com/

โนเกียไฟติ้งแบ็ก กลับมาครั้งนี้ไม่ธรรมดา

- หมดเวลาให้คู่แข่งขันข้ามหน้าข้ามตาอีกต่อไป
- โนเกียยุคใหม่รบทุกรูปแบบอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
- จับตาปรากฏการณ์ถ่ายเลือดใหม่ ไลน์อัพมือถือใหม่
- การดับเครื่องชนที่ไม่ธรรมดาของเบอร์หนึ่งมือถือ

ในช่วงระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ การเปลี่ยนแปลงของ “โนเกีย” ค่ายโทรศัพท์มือถืออันดับหนึ่งของโลก ได้ฉายแววว่าจะไม่เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโนเกียเท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบต่อตลาดโทรศัพท์มือถือทั่วโลก เนื่องจากก่อนการจัดงานโนเกีย เวิลด์ 2010 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพียงไม่กี่วัน โนเกียได้ประกาศแต่งตั้ง “สตีเฟน อีล็อป” ผู้บริหารจากไมโครซอฟท์เข้ามากุมบังเหียนซีอีโอคนใหม่แทนที่ “ออลลี-เพกกา คัลลาสวูโอ” และได้มีผลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา

นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโนเกียที่ดึงคนนอกที่
ไม่ใช่คนฟินแลนด์เข้ามาเป็นซีอีโอ และไม่เพียงแต่ตำแหน่งซีอีโอเท่านั้นที่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ในตำแหน่งที่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจมือถือของโนเกีย ได้รับการจับตามองว่าจะมีการถ่ายเลือดใหม่ให้เข้ามาช่วยกันผลักดันโนเกียให้กลับมาผงาดอีกครั้ง โดยบรรดาเลือดเก่าหลายคนพร้อมที่จะหลีกทาง

ออลลี-เพกกา คัลลาสวูโอ ได้รับการสดุดีและกล่าวชมเชยถึงการสร้างมือถือโนเกียให้สามารถเข้าถึงคนใช้มือถือทั่วทุกมุมโลก โดย นิคลาส ซาแวนเดอร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารโนเกีย จนได้รับเสียงปรบมือจากทั้งโอเปอเรเตอร์ นักพัฒนา สื่อสารมวลชนและแขกที่มารวมตัวกันกว่า 3,000 คน ในงานโนเกีย เวิลด์ 2010

แน่นอนว่านั่นคือหนึ่งในกระบวนการที่จะเปลี่ยนแปลงโนเกียให้กลับมาแข่งขันกับคู่แข่งขันที่ฉกาจฉกรรจ์ในขณะนี้ได้

แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้ “โนเกียกลับมา” (nokia is back) เหมือนอย่างที่ ซาแวนเดอร์ ประกาศกึกก้องบนเวทีโนเกีย เวิลด์ 2010 คือ ไลน์อัพสมาร์ทโฟนใหม่ของโนเกีย 4 รุ่นที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้กับโนเกีย

“วันนี้เรากลับมาสู่สังเวียนผู้นำแห่งสมาร์ทโฟนอีกครั้งด้วยการเดินเครื่องอย่างเต็มกำลัง”

ความมั่นใจของโนเกียยังอยู่ที่ว่า ถึงแม้จะมีผู้แข่งขันเข้ามาใหม่ ซิมเบียนก็ยังเป็นแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนที่ยังเป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก ซึ่ง ซาแวนเดอร์ กล่าวถึงสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของโนเกียที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการซิมเบียนใหม่ สามารถใช้งานได้เร็วขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยนักพัฒนายังสามารถนำไปใช้งานได้ง่ายขึ้นในการเขียนแอปพลิเคชั่นใหม่มารองรับความต้องการของตลาด

และหนึ่งในสมาร์ทโฟนตัวธงของโนเกียที่จะอุบัติมาสร้างปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงให้กับโนเกีย ก็คือ โนเกีย N8

“เมื่อดูจากความสนใจของผู้บริโภคและปริมาณการสั่งจองล่วงหน้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของโนเกีย เรามั่นใจว่าโนเกีย N8 จะเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ของโนเกีย”

โนเกียมั่นอกมั่นใจกับโนเกีย N8 มาก และพวกเขาก็เชื่อว่าโปรดักส์มีดีพอไม่แพ้ไอโฟน 4 ด้วยซ้ำ เพราะมันคือสมาร์ทโฟนที่กล้องดีที่สุดในโลก ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์ที่ดีที่สุดของ Carl Ziess และมันยังเป็นมือถือเพื่อความบันเทิงที่สมบูรณ์แบบที่สุด รองรับการทำงานแบบ HD เต็มรูปแบบ

“เราตั้งใจที่จะเปิดตัวโนเกีย N8 ชนกับไอโฟน 4 ในประเทศไทย” เป็นคำกล่าวของ ชูมิท คาร์พู ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด

ช่วงเวลาที่โนเกียเปิดตัว N8 นั้นเป็นช่วงเดียวกับที่ไอโฟน 4 เปิดตัวในประเทศไทย อาจจะช้ากว่าไอโฟน 4 เล็กน้อย โดยโนเกียจับมือกับเอไอเอสเป็นรายแรกในเมืองไทยในการนำโนเกีย N8 สู่ตลาดเมืองไทย

“วันนี้ผู้ใช้มือถือมีทางเลือกที่จะใช้มือถือไอโฟน แบล็กเบอร์รี่ หรือแอนดรอยด์โฟน แต่ทั้งหมดเป็นกระแสของการทดสอบทดลองใช้สิ่งใหม่ๆ ที่เกิดในตลาด แต่ในท้ายที่สุดคนใช้มือถือจะกลับมาหาโนเกียเหมือนเดิม” ชูมิท คาร์พู กล่าว

สมาร์ทโฟนอีก 3 รุ่นที่ถูกเปิดตัวในงานโนเกีย เวิลด์ 2010 ประกอบด้วย โนเกีย E7 ถูกยกให้เป็นบิสซิเนสพรีเมียมสมาร์ทโฟน ซึ่งมาพร้อมกับ Microsoft Exchange ActiveSync ทำให้โนเกีย E7 รองรับการเข้าถึงอีเมลบริษัท และแอปพลิเคชั่นส่วนตัวต่างๆ แบบเรียลไทม์ หน้าจอลดแสงสะท้อนขนาด 4 นิ้ว ทำให้ภาพชัดขึ้นเมื่ออยู่กลางแจ้ง มือถือรุ่นนี้เหมาะกับการทำงานเอกสาร การดูตารางข้อมูล การอ่านและแก้ไขสไลด์

โนเกีย C7 เป็นสมาร์ทโฟนสำหรับเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีความบาง รับส่ง อัปเดตเครือข่ายสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์แบบเรียลไทม์ เช็กอีเมลทั้งจากแอกเคานต์ยาฮูหรือจีเมลได้โดยตรงจากหน้าจอหลัง โนเกียรุ่นนี้มีหน้าจอ AMOLED ขนาด 3.7 นิ้ว ทำจากวัสดุสเตนเลสสตีล

สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นสุดท้าย โนเกีย C6 สมาร์ทโฟนขนาดเล็ก หน้าจอ AMOLED พร้อมลดแสงสะท้อนเพื่อความชัดเจนในการมองเห็นภายนอกอาคารขนาด 3.2 นิ้ว ระบบสัมผัสเต็มรูปแบบทำจากวัสดุสเตนเลสสตีลและกระจก มีฟีเจอร์ทั้งด้านเครือข่ายสังคมออนไลน์และความบันเทิง สามารถเช็กอีเมล เข้าถึงเพลงกว่าล้านเพลงผ่านโอวี่มิวสิค และดาวน์โหลดแอปและเกมจากโอวี่สโตร์

โนเกียยังมีการพัฒนาคอนเทนต์ที่จะตอบสนองความต้องการใช้งานผ่านโอวี่สโตร์ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Ovi Map ที่เป็นแผนที่นำทางฟรีตลอดชีพสำหรับการเดินและขับรถ ซึ่งในเวอร์ชั่นใหม่นั้น จะมีฟีเจอร์ใหม่ๆ และแผนที่ที่มีรายละเอียดมากขึ้น เส้นทางรถไฟใต้ดิน รถรางและรถไฟใน 85 เมืองทั่วโลก การจราจรแบบเรียลไทม์ การแจ้งเตือนด้านความปลอดภัย ที่จอดรถที่ว่างอยู่ ปั๊มน้ำมันและการเตือนจำกัดความเร็ว

ต้องจับตาต่อไปว่าบริษัทที่ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 8 ของการจัด 100 อันดับแบรนด์ของโลกอย่างโนเกียที่มีมูลค่าแบรนด์สูงกว่า 9.1 แสนล้านบาทแห่งนี้ จะฝ่ามรสุมที่รุมเร้าตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ให้กลับมายืนหยัดอย่างมั่นคงบนบัลลังก์ผู้นำมือถือโลกหลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ได้หรือไม่

ที่มาโดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์

เขียนกระดานบนอากาศ เรียนผ่าน “โปรเจกเตอร์”

โปรเจกเตอร์สร้างแมจิกคลาสรูมห้องเรียนมหัศจรรย์ ที่จะสร้างการเรียนการสอนรูปแบบใหม่แบบอินเตอร์แอกทีฟอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ห้องเรียนในอนาคตอันใกล้นี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราคุ้นเคย ภาพของกระดานดำเขียนด้วยชอล์ก ภาพคุณครูจับปากกาเขียนบนกระดานไวต์บอร์ด กำลังจะถูก “โปรเจกเตอร์” รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมที่จะสร้างรูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่เข้ามาทดแทน

ฟังดูเหมือนกับว่า “โปรเจกเตอร์” จะทำให้เกิดการสอนรูปแบบใหม่ได้อย่างไร เพียงแค่ฉายภาพข้อมูลต่างๆ บนพื้นสีขาวจะมีอะไรใหม่ แต่จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางด้านเครื่องฉายภาพดิจิตอลรวมมากกว่า 20 รุ่นออกสู่ตลาดพร้อมกันของเบ็นคิว น่าที่จะเป็นคำตอบสำหรับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

นวัตกรรมของเครื่องฉายภาพดิจิตอลวันนี้ได้แบ่งประเภทโปรเจกเตอร์ไปตามรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ประเภท “PointDraw” ซึ่งเหมาะสำหรับการนำเสนอสื่อการเรียนการสอนที่เน้นให้ครูและนักเรียนสามารถโต้ตอบกันได้ในแบบอินเตอร์แอกทีฟ รุ่น “Interactive Whiteboards” เพื่อการนำเสนอสื่อการเรียนการสอนแบบสามมิติ หากสถานศึกษานำโปรเจกเตอร์ประเภทนี้ไปใช้ คุณครูสามารถที่จะเขียนกระดานบนอากาศ หรือจะให้นักเรียนเขียนจากที่นั่งในห้องเรียน สร้างความน่าสนใจเพิ่มขึ้นให้กับการเรียนในห้องในมิติใหม่

นอกจากนี้ยังมีโปรเจกเตอร์ประเภท “Short Throw” ที่ต้องการระยะห่างระหว่างเครื่องฉายและจอภาพในระยะสั้นเพียง 0.5 เมตร เหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็ก หรือโปรเจกเตอร์ประเภท “Big Zoom” ที่สามารถตั้งระยะห่างระหว่างเครื่องฉายและจอภาพได้มากถึง 3.36 เมตร เหมาะกับห้องที่มีขนาดใหญ่ โปรเจกเตอร์ประเภท “Full HD High Brigness” ให้ความคมชัดของภาพสูง และโปรเจกเตอร์รุ่น “Network” สามารถเชื่อมโยงการใช้งานเครื่องฉายภาพที่ติดตั้งในห้องเรียนหรือสถานที่ต่างๆ ภายในแคมปัสผ่านระบบแลน เพื่อให้การจัดสรรหรือกำกับดูแลเผยแพร่สื่อข้อมูลของสถาบันการศึกษา สามารถบริหารจัดการได้จากจุดเดียว

“ห้องเรียนมหัศจรรย์ได้เกิดขึ้นแล้ว เพราะฟังก์ชั่นของโปรเจกเตอร์วันนี้เหมาะกับเอ็ดดูเคชั่นเซกเมนต์เป็นอย่างมาก” พัทธกร พรศิริเวช ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ทั้งนี้ แนวโน้มของตลาดโปรเจกเตอร์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในตลาดการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่มีการใช้งานอย่างกว้างขวางมากขึ้น และเป็นตลาดที่เบ็นคิวให้ความสำคัญ และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านโปรเจกเตอร์ เพื่อสนับสนุนรูปแบบการเรียนการสอนในมิติที่หลากหลายยิ่งขึ้น

จุดแข็งของโปรเจกเตอร์เบ็นคิวที่แตกต่างจากคู่แข่งขันรายอื่นในตลาด อยู่ที่การออกแบบและผลิตด้วยวัสดุคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มความทนทาน มีการออกแบบให้สามารถควบคุมในเรื่องความแตกต่างของแสง และลดการรบกวนของสัญญาณต่างๆ รวมทั้งเบ็นคิวมีผลิตภัณฑ์ครบไลน์ตามความต้องการของตลาดในราคาที่ได้เปรียบกว่าคู่แข่งขันด้วย

เบ็นคิวมีการคาดการณ์ว่าตลาดรวมในครึ่งปีหลังของโปรเจกเตอร์จะมีการเติบโตอีกถึง 45-50% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2553 ปัจจัยสำคัญหนึ่งมาจากการสนับสนุนการจัดซื้อของภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะช่วยให้เบ็นคิวสามารถสร้างส่วนแบ่งตลาดด้านโปรเจกเตอร์ได้มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจนถึงสิ้นปีจะสามารถทำตลาดโปรเจกเตอร์ได้ถึง 12,000 เครื่อง นอกจากนี้เบ็นคิวยังมีแผนในการเพิ่มตัวแทนจำหน่ายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงมีแผนแคมเปญและกิจกรรมการตลาดร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่างต่อเนื่อง และการตั้งจุดจำหน่ายสินค้าในห้างค้าปลีกสมัยใหม่และซูเปอร์สโตร์

ทั้งนี้ เบ็นคิวมีเป้าหมายการเป็นผู้จัดจำหน่ายโปรเจกเตอร์ระบบดิจิตอลอันดับหนึ่งในตลาด และเป็นอันดับสองในการทำตลาดโปรเจกเตอร์ทุกประเภทให้ได้ในปี 2554

ที่มาโดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์

ลือเฟสบุ๊กขยับอีกก้าว จับมือสไกป์เปิดทางผู้ใช้คุยผ่านเน็ต

สื่อมวลชนอเมริกันรายงานว่า เฟสบุ๊ก (Facebook) เครือข่ายสังคมชื่อดังเตรียมจับมือสไกป์ (Skype) ให้ผู้ใช้สามารถโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือ VOIP ระหว่างเครื่องพีซีด้วยกัน เชื่อจะชนกับฟีเจอร์โทรผ่านเน็ตของ Google อย่างจัง AllThingsDigital เป็นสื่อแรกที่รายงานว่าเฟสบุ๊กและสไกป์จะจับมือเป็นพันธมิตรกัน โดยระบุว่าความร่วมมือนี้จะทำให้ผู้ใช้เฟสบุ๊กสามารถส่งข้อความ SMS ถึงกันได้ รวมถึงสามารถส่งเสียงและทำวิดีโอคอลล์ถึงกลุ่มเพื่อนและผู้ติดต่อได้ผ่านโปรแกรมสไกป์ โดยผู้ใช้จะสามารถลงชื่อใช้งานสไกป์ได้ทางบริการ Facebook Connect ซึ่งเป็นบริการลงชื่อใช้งานในเว็บไซต์อื่นหรือ third-party ด้วยชื่อบัญชีเฟสบุ๊ก คาดว่าการเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้จะเกิดขึ้นในโปรแกรม Skype 5.0 ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวเดือนตุลาคมนี้

อย่างไรก็ตาม โฆษกสไกป์นั้นไม่ปฏิเสธและไม่ยืนยันรายงานที่เกิดขึ้น โดยบอกว่าเป็นกฎของบริษัทที่จะไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับข่าวลือ

เฟสบุ๊กนั้นเป็นเครือข่ายสังคมขนาดใหญ่ที่สุดในขณะนี้ มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 500 ล้านชื่อ และมียอดตัวเลขสถิติเวลาให้งานจากผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่าเสิร์ชเอนจิ้นยอดฮิตอย่างกูเกิล ที่ผ่านมา เฟสบุ๊กให้บริการแชตด้วยข้อความแก่ผู้ใช้มานานกว่า 2 ปี แต่ยังไม่เคยให้บริการส่งเสียงและบริการวิดีโอคอลล์

นักวิเคราะห์คาดว่า หากเฟสบุ๊กจับมือกับสไกป์และเสริมบริการวิดีโอคอลล์จริงตามข่าว ผลดีก็จะเกิดขึ้นกับทั้งเฟสบุ๊กและสไกป์ เนื่องจากความร่วมมือนี้จะทำให้เฟสบุ๊กมีศักยภาพในการสื่อสารที่ดีขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความสามารถในการขายโฆษณาออนไลน์ที่แข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย สำหรับสไกป์ซึ่งมีจำนวนสมาชิกอยู่ในมือแล้ว 560 ล้านคน ความร่วมมือนี้ก็จะทำให้เฟสบุ๊กไม่ต้องสร้างบริการ VOIP ของตัวเอง ซึ่งอาจจะเป็นศัตรูตัวฉกาจของสไกป์ในอนาคต

หนึ่งในผู้เสียประโยชน์จากความร่วมมือครั้งนี้เชื่อว่าเป็นกูเกิล ซึ่งปัจจุบันให้บริการทั้งบริการโทรศัพท์และวิดีโอคอลล์ผ่านบริการ Google Voice ในโทรศัพท์มือถือและในบริการอีเมล Gmail ซึ่งคาดว่าจะต้องรอดูความคืบหน้าที่แน่ชัดของเฟสบุ๊กต่อไป

ตลอดเดือนกันยายน เฟสบุ๊กกลายเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์บ่อยครั้ง เริ่มที่เว็บไซต์เทคโนโลยีอย่าง TechCrunch ออกมาประกาศว่าเฟสบุ๊กกำลังอยู่ระหว่างการสร้างโทรศัพท์มือถือของตัวเอง จากนั้นไม่นาน เฟสบุ๊กจึงออกมาแก้ข่าวว่าไม่เป็นความจริง จนล่าสุด สำนักข่าว Bloomberg รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในว่าเฟสบุ๊กกำลังร่วมมือกับ INQ Mobile ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือสัญชาติอังกฤษเพื่อสร้างสมาร์ทโฟน 2 รุ่น คาดว่าจะขายที่ยุโรปในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2011 ก่อนจะตามไปขายในสหรัฐฯช่วงครึ่งหลังของปี

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

แอปเปิลฟ้องโนเกียในอังกฤษ

แอปเปิล (Apple) ขยายผลการต่อสู้ด้านกฏหมายกับโนเกีย (Nokia) โดยเปิดฉากฟ้องร้องยักษ์ใหญ่ฟินแลนด์ต่อศาลอังกฤษในข้อหาเดียวกับหลายคดีที่ยังอีรุงตุงนังในสหรัฐฯ ถือเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ร้าวฉานระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่ในสังเวียนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งโนเกียเป็นฝ่ายเริ่มฟ้องแอปเปิลในเดือนตุลาคมปีที่แล้วต่อศาลสหรัฐฯ ว่า iPhone นั้นละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีหลายส่วนของโนเกีย

หลังการประกาศว่ามีการฟ้องร้อง มูลค่าหุ้นของโนเกียนั้นลดลง 0.3% เหลือ 9.78 เหรียญ น้อยกว่าแอปเปิลที่มูลค่าลดลงถึง 1.2% อยู่ที่ 287.56 เหรียญ ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากข่าวลือเรื่องผู้บริหารอันดับ 2 ของแอปเปิลอย่าง Tim Cook กำลังย้ายค่ายไปซบอกบริษัทไอทีอย่างเอชพี

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

เชื่อ iPad ใหม่ออกไตรมาส 2 ภายในต้นปีหน้า


เชื่อ iPad ใหม่ออกไตรมาส 2 ภายในต้นปีหน้า ทีมนักวิเคราะห์จากบริษัท Goldman Sachs ออกมาพยากรณ์ว่าแอปเปิลจะเปิดตัวคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตตระกูล iPad รุ่นใหม่ในช่วงไตรมาส 2 ปีหน้า มั่นใจว่าแอปเปิลจะเพิ่มช่องต่อ mini USB และกล้องดิจิตอลด้านหน้าเครื่องเพื่อให้ผู้ใช้สนทนาแบบเห็นหน้าได้ด้วย FaceTime

Goldman Sachs ระบุว่าคำพยากรณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจากข้อมูลโดยแหล่งข่าวในวงการผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกในไต้หวัน อย่างไรก็ตาม แม้ Goldman Sachs จะมั่นใจว่า iPad จะมีน้ำหนักที่เบาขึ้น แต่กลับระบุว่าคุณสมบัติหน้าจอ 7 นิ้วตามที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด ทำให้มีโอกาสสูงที่ iPad รุ่นที่ 2 จะยังมีหน้าจอขนาด 9.7 นิ้วอยู่
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ซื้อ iPhone4 กับใครคุ้มที่สุด?

เชื่อขนมกินได้เลยว่านาทีนี้สาวกแอปเปิลเมืองไทยหลายคนที่ไม่ได้สั่งจองเครื่องกับโอเปอเรเตอร์ค่ายใด กำลังลังเลใจว่าจะลงหลักปักฐานกับใครดี ระหว่างเอไอเอสที่มีราคาแพคเกจเริ่มต้นต่ำที่สุด ทรูมูฟที่เทน้ำหนักเอาใจนักท่องเน็ตมากกว่าใครในกลุ่มที่ไม่ใช่"unlimited" หรือดีแทคที่ให้ราคาอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดในราคาถูกที่สุดรักพี่ก็เสียดายน้อง สรุปว่าเลือกฝากหัวใจไว้กับใครได้ยากจริงๆ

ก่อนที่จะไปชำแหละโปรโมชันแต่ละค่าย คุณควรรู้ว่า ปี 2010 คือปีแรกที่เมืองไทยต้องจารึกว่าเป็นปีที่ 3 ค่ายโอเปอเรเตอร์ไทยรวมตัวกันวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนยอดฮิตรุ่นใหม่ล่าสุดของแอปเปิล "ไอโฟน4 (iPhone4)" โดยเปิดราคาเครื่องทั้งที่ผูกสัญญาใช้งานและเครื่องเปล่าที่ไม่ติดสัญญาในระดับเดียวกันหมด ทำให้จุดเดียวที่ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเลือกได้กลายเป็นแพคเกจค่าบริการ ซึ่งแต่ละค่ายต่างจัดสรรออกมาบนพื้นฐานการใช้งานของลูกค้ากลุ่มเดิมเป็นหลัก

จากการชำแหละราคาแพคเกจแต่ละค่ายที่แตกต่างกันออกไป พบว่าหลักๆแล้ว โอเปอเรเตอร์ไทยแบ่งผู้ใช้ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มเปลืองน้อยใช้น้อย กลุ่มเปลืองกลางใช้พอดี และกลุ่มล่ำซำใช้เต็มที่ ทั้งหมดเน้นให้ค่าโทร. ข้อความสั้น ข้อความมัลติมีเดีย MMS บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และสิทธิพิเศษที่ต่างออกไป

ดาวเด่นในกลุ่มเปลืองน้อยใช้น้อยต้องยกให้เอไอเอส ที่ให้แพคเกจ Mini ในราคาเริ่มต้นต่ำสุดที่ 275 บาท สามารถโทร.ได้ 150 นาที SMS 100 ครั้ง MMS 20 ครั้ง EDGE 150MB เชื่อว่าราคานี้จะสามารถเอาใจฐานผู้ใช้เอไอเอสแบบบัตรเติมเงินได้มากโข

ทรูมูฟเอาใจกลุ่มใช้น้อยด้วยแพคเกจ S ในราคาเริ่มที่ 399 บาท โทร.ได้ 100 นาที SMS 50 ครั้ง MMS 20 ครั้ง EDGE/3G อย่างละ 200MB Wi-Fi 20 ชั่วโมง ขณะที่ดีแทคเริ่มแพคเกจ S ที่ 449 บาท ถือว่าแพงที่สุดในกลุ่มใช้น้อย โดยโทร.ได้ 225 นาที SMS 200 ครั้ง MMS 30 ครั้ง EDGE 100MB

เห็นได้ว่าแต่ละค่ายจะมีความเหลื่อมล้ำกันเล็กน้อยในเรื่องของเวลาโทร. จำนวนข้อความ และข้อมูลการใช้งานดาต้า ซึ่งแพคเกจกลุ่มเปลืองน้อยใช้น้อยนี้จะเหมาะกับผู้ที่ซื้อไอโฟน 4 มาใช้งานเป็นโทรศัพท์ เล่นเกมส์ ฟังเพลง ถ่ายรูป มากกว่าใช้งานอินเทอร์เน็ต เนื่องจากจำนวนที่แต่ละค่ายให้ 100 - 200MB เพียงพอแค่การใช้งานอีเมล และเปิดเว็บเล็กน้อยเท่านั้น

เอไอเอสยังคงครองแชมป์ราคาเริ่มต้นต่ำที่สุดในกลุ่มเปลืองกลางใช้พอดี โดยเปิดแพคเกจ Medium ที่ราคา 519 บาท โทร.ได้ 250 นาที SMS 250 ครั้ง MMS 30 ครั้ง EDGE 500MB ถัดมาคือทรูมูฟและดีแทคที่ให้ราคาไม่ต่างกัน โดยเปิดแพคเกจ M ที่ราคา 579 และ 580 บาทตามลำดับ ใช้โทร.ได้ 250 นาที SMS 300 ครั้ง MMS 50 ครั้ง EDGE ไม่จำกัด ตรงนี้ทรูเหนือกว่าเพราะเพิ่มให้ผู้ใช้ทดลองใช้งาน 3G เต็มที่ 500MB และ Wi-Fi 20 ชั่วโมงด้วย

ที่น่าสังเกตคือ ในขณะที่ดีแทคและทรูมูฟให้การเชื่อมต่อ EDGE แก่ผู้ใช้แพคเกจ M แบบไม่จำกัด แต่เอไอเอสกลับกำหนดให้ใช้งานแค่ 500MB ซึ่งถือเป็นจำนวนปานกลางที่เพียงพอแต่การออนไลน์แชต พุชเมล และเล่นทวิตเตอร์เท่านั้น ซึ่งหากมากกว่านี้มีความเสี่ยงเกิน 500MB แน่นอน

ตรงนี้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่เน้นการใช้งานดาต้ามากกว่าโทร. คงยิ้มออกจากราคาที่เปิดออกมา เพราะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่จำกัดในราคา ประมาณ 580 บาทเท่านั้น จากเดิมที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนต้องสมัครแพคเกจอินเทอร์เน็ตไม่จำกัดในราคา 650 บาท แถมไม่ได้ค่าโทร. ค่าส่งข้อความอะไรทั้งสิ้น จนหลายคนน้อยใจว่าทำไมโอเปอเรเตอร์ไม่ออกแพคเกจนี้มาให้คนใช้สมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นบ้างหนอ

เพื่อเก็บสกอร์ให้เรียบ ทรูมูฟยังมีโปรโมชันพิเศษอย่าง Free Size ที่ออกมาดึงลูกค้าเมืองกรุงที่ซื้อเครื่องเปล่า เครื่องหิ้ว ที่ไม่ติดสัญญาจากค่ายใด ประเทศใดก็ได้ ให้สามารถใช้งาน EDGE/Wi-Fi/ทดลองใช้ 3G แบบไม่จำกัด พร้อมค่าโทร 300 นาที SMS 300 ครั้ง และ MMS 50 ครั้ง ในราคา 599 บาท สิ่งที่เกิดขึ้นตอกย้ำยุทธศาสตร์การคอนเวอร์เจนซ์ หรือการหลอมรวมบริการทุกอย่างที่ทรูมูฟมีเพื่อเป็นจุดเด่นให้เหนือกว่าโอเปอเรเตอร์รายอื่น โดยจะเห็นได้จากการที่ทรูมูฟเพิ่มการเชื่อมต่อ Wi-Fi และทดลองใช้ 3G เข้ามา ทำให้แพคเกจทรูมูฟมีความหลากหลายกว่าดีแทคและเอไอเอส ที่ให้ผู้ใช้ใช้งานแพคเกจฟรีหลังใช้งานครบตามที่กำหนดเท่านั้น

การใช้งาน Wi-Fi Hot Spot 18,000 จุดสำหรับใช้ Facetime และทดลองใช้งาน 3G ที่ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ ทำให้ทรูมูฟถูกมองว่าจะสามารถดึงลูกค้าจากโอเปอเรเตอร์คู่แข่งได้ ในวันที่การประมูล 3G ต้องแท้งไปจากการที่กทช.ไม่มีอำนาจในการเปิดประมูล

สุดท้ายสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการค่าโทรมากขึ้นและใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัด แชมป์ราคาถูกสุดคือดีแทคที่ออกแพคเกจ L เริ่มที่ 699 บาท โทร.ได้ 350 นาที SMS 400 ครั้ง MMS 75 ครั้ง EDGE ไม่จำกัด ขณะที่ทรูมูฟตามมาที่แพค L 799 บาท โทร.ได้ 450 นาที SMS 400 ครั้ง MMS 10 ครั้ง EDGE ไม่จำกัด ทดลองใช้ 3G 1GB ขณะที่เอไอเอสแพค Max 839 บาท ให้โทร. 500 นาที SMS 300 ครั้ง MMS 50 ครั้ง EDGE ไม่จำกัด

จะเห็นได้ว่า Max กลายเป็นแพคเกจเดียวของเอไอเอส ที่ให้ใช้งาน EDGE ได้ไม่จำกัด พร้อมกับค่าโทร. ที่มากกว่าค่ายอื่นๆ ในราคาที่แพงกว่าด้วย ดังนั้นแพคเกจกลุ่มนี้ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้โทร. ส่งข้อความจำนวนมาก ขณะที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตแทบไม่แตกต่างจากกลุ่มกลางมากนัก

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคทุกคนต้องท่องให้ขึ้นใจคือ นอกจากราคาที่ถือเป็นปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาแล้ว คุณภาพของสัญญาณก็เป็นเรื่องที่ต้องดูคู่กัน แน่นอนว่าแต่ละค่ายล้วนมีจุดเด่นของตัวเองต่างกันไป เช่น ทรูมูฟที่มีกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในเมืองจากความครอบคลุมของ Wi-Fi และทดลองใช้งาน 3G ขณะที่ดีแทคก็เน้นว่าเป็นรายแรกที่ให้บริการ EDGE ทั่วประเทศ ขณะที่เอไอเอสก็ได้เปรียบตรงเครือข่ายครอบคลุมมากที่สุดแม้บางส่วนจะยังไม่ได้เป็น EDGE ก็ตาม ทั้งหมดนี้ขอให้ทุกคนตรวจตราให้ดีก่อนตัดสินใจ

เหนือสิ่งอื่นใด ผู้ใช้ทุกคนต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า พฤติกรรมการใช้งานของตัวเองเหมาะสมกับแพคเกจรูปแบบใด ก่อนจะลงหลักปักฐานกับค่ายที่เหมาะสมกับตัวเองให้มากที่สุด

เอ ดูๆไปการเลือกแพคเกจ ก็เทียบได้กับการเลือกคู่ชีวิตเลยนะนี่.

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

Samsung Champ ทัชโฟนลาย Hello Kitty

Samsung เผยโฉมทัชโฟนรุ่นเล็ก Samsung C3300 Hello Kitty หรือ Samsung Champ ชื่อที่รู้จักกันดีในบ้านเรา แต่คราวนี้มาแบบรุ่นพิเศษ ดีไซน์สีสันใหม่ เพิ่มลวดลายน่ารักๆ เอาใจแฟนๆ Hello Kitty โดยเฉพาะ ตัวเครื่องสีขาวตัดกับสีชมพูดูอ่อนหวาน เสริมความน่ารักจากลาย Kitty นอกจากนี้ยังมีภาพวอลล์เปเปอร์ ภาพเคลื่อนไหว ของตัวการ์ตูน Kitty ใส่เพิ่มมาให้อีกด้วย
Samsung C3300 Hello Kitty มาพร้อมหน้าจอแสดงผล กว้าง 2.4 นิ้ว ระบบสัมผัส TouchWiz Lite v2.0 ครบครันด้านมัลติมีเดีย กล้องถ่ายรูปความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล อัพเดตความเคลื่อนไหวในเว็บไซต์สังคมออนไลน์ยอดนิยม อาทิเช่น Facebook สนับสนุนการเชื่อมต่อ Bluetooth 2.1 EDR+ เพิ่มเติมหน่วยความจำด้วยการ์ด MicroSD สูงสุด 8 GB

Samsung C3300 Hello Kitty คาดว่าจะวางจำหน่ายต้นเดือนตุลาคมนี้ ในประเทศไต้หวัน
Samsung Champ ทัชโฟนลาย Hello Kitty
ที่มา news.siamphone.com

RIM เปิดตัว BlackBerry PlayBook tablet BlackBerry PlayBook - Preview

RIM (Research In Motion) เปิดตัวอุปกรณ์แท็บเล็ทรุ่นแรกของค่าย ภายใต้ชื่อ BlackBerry PlayBook มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ BlackBerry Tablet OS หน่วยประมวลผล 1 GHz dual-core จอสัมผัส กว้าง 7 นิ้ว เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สนับสนุน Adobe Flash Player 10.1, Adobe Mobile AIR และ HTML-5 ติดตั้งกล้องดิจิตอล มาให้ 2 ตัว ในความละเอียด HD ด้านหน้าสำหรับสนทนาแบบเห็นหน้า ด้านหลังสำหรับบันทึกวีดีโอ พร้อมการเชื่อมต่อ HDMI

คุณสมบัติ BlackBerry PlayBook tablet

จอแสดงผล Capacitive ระบบสัมผัส Multi-touch และ สนับสนุน Gesture
- ความละเอียด 1024 x 600 พิกเซล กว้าง 7 นิ้ว
ระบบปฏิบัติการ BlackBerry Tablet OS
หน่วยประมวลผล 1 GHz dual-core processor
หน่วยความจำ RAM 1 GB
กล้อง HD สองตัว (ด้านหน้า 3 ล้านพิกเซล / ด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล) บันทึกวีดีโอ HD 1080p
เครื่องเล่นวีดีโอ 1080p HD Video, H.264, MPEG, DivX, WMV
เครื่องเล่นเพลง MP3, AAC, WMA
การเชื่อมต่อ HDMI video output, microHDMI, microUSB
- Wi-Fi 802.11 a/b/g/n
- Bluetooth 2.1 + EDR
สนับสนุน WebKit/HTML-5, Adobe Flash Player 10.1, Adobe Mobile AIR, Adobe Reader, POSIX, OpenGL, Java
ขนาดตัวเครื่อง 130 x 193 x 10 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 400 กรัม (โดยประมาณ)
BlackBerry PlayBook - Preview
RIM มีแผนวางจำหน่าย BlackBerry PlayBook ในต้นปี 2011 และ อาจจะมีรุ่นที่รองรับเครือข่าย 3G / 4G ออกมาในอนาคต
RIM เปิดตัว BlackBerry PlayBook tablet BlackBerry PlayBook - Preview
ที่มา news.siamphone

Sonim XP1300 Core โทรศัพท์มือถือพันธุ์แกร่ง

Sonim เตรียมเผยโฉมโทรศัพท์มือถือแข็งแกร่ง Sonim XP1300 Core ซึ่งได้การรับรองความสามารถในการป้องกันสิ่งแปลกปลอมตามมาตราฐาน IP68 โดยสามารถป้องกันฝุ่นละออง รองรับแรงกระแทกจากที่สูง 2 เมตร และกันน้ำได้ลึก 1 เมตร นอกจากความทนทานของตัวเครื่องแล้ว ก็ยังเสริมความบันเทิงจากเครื่องเล่นมัลติมีเดีย ท่องอินเตอร์เน็ตผ่าน GPRS/EDGE และ สนับสนุนการเชื่อมต่อ บลูทูธ กำหนดประกาศเปิดตัวในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้
Sonim XP1300 Core โทรศัพท์มือถือพันธุ์แกร่ง
ที่มา siamphone

วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

อัปเกรด 3 แล็ปท็อป 1 แท็ปเล็ต รุ่นใหม่

** แอลจีเผยโฉมแล็ปท็อป 3 มิติ Full HD **

LG A510 แล็ปท็อประดับพรีเมียมที่สามารถแสดงผลภาพ 3 มิติ ที่ให้คุณภาพใกล้เคียงกับไฟล์ความละเอียดสูง Full HD มาพร้อมหน้าจอ LED Full HD 3มิติ ขนาดกว้าง 15.6 นิ้ว ซีพียู Intel Core i7-840QM ความเร็ว 1.86GHz (up to 3.20Ghz in Turbo Mode) DDR RAM 4GB, ฮาร์ดดิสก์สูงสุด 640GB และการ์ดจอ Nvidia GeForce GT 425M

โดยแล็ปท็อปเครื่องนี้ผลิตขึ้นมาเพื่อตอบสนองการใช้งานด้านความบันเทิงเต็มรูปแบบด้วยบลูเรย์ ไดร์ฟ และระบบเสียงรอบทิศ SRS TruSurround HD รองรับการเชื่อมต่อ บลูทูธ 3.0 กล้องเว็บแคม 1.3ล้านพิกเซล, พอร์ท USB, e-SATA, HDMI 1.4 และการเชื่อมต่อไวไฟ

** โซนี อัปเกรดแล็ปท็อป **

ฟากของโซนี ก็ได้มีการเปิดตัวคอมพิวเตอร์แบบพกพา Vaio P Limited Edition ที่ตกแต่งตัวเครื่องฝาบนด้วยหนังจระเข้ที่มีความเงางาม ผลิตขึ้นมาเพื่อวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะ มี 2 สีให้เลือกคือชมพู และขาว ในส่วนของสเปกเครื่องนั้นยังคงเหมือนเดิมคือมีหน้าจอ 8 นิ้วที่ใช้ระบบ Accelerometer มี GPS ในตัว และใช้ซีพียู Intel Atom Z530 ความเร็ว 1.6GHz

นอกจากนี้โซนียังได้อัปเกรดแล็ปท็อป Vaio F ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยซีพียู 4คอร์ มีให้เลือกทั้ง Core i7-740QM หรือ Core i7-840QM, RAM สูงสุด 8GB, ช่องต่อยูเอสบี 3.0, บลูเรย์ ไดร์ฟ รวมถึงการเพิ่ม Digital Tuner หรือตัวรับภาพและเสียงซึ่งจะช่วยให้แล็ปท็อปสามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้

** พานาโซนิกเปิดตัวแล็ปท็อปสำหรับนักธุรกิจระดับพรีเมียม **

พานาโซนิกนั้นเปิดตัวแล็ปท็อปขนาดเล็กที่มีชื่อว่า Let’s Note J9 มีน้ำหนักเบา 990กรัม และมีขนาดตัวเครื่อง 251.9×171.7×27.3มม. มาพร้อมหน้าจอแอลซีดีความละเอียด 1366×768 พิกเซล ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-460M ความเร็ว 2.53GHz, RAM 2GB (Upto 6GB), ฮาร์ดดิสก์ SSD 128GB, ช่องต่อ USB 2.0, SDXC, D-SUB, HDMI รวมถึงการเชื่อมต่อ Wi-Fi ABGN และ WiMAX

สำหรับแบตเตอรีสามารถใช้งานปกติได้นาน 6 ชั่วโมง และใช้ได้นานสูงสุด 12 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน

** ออนเกียวเตรียมขายแท็บเล็ต Windows 7 **

ในด้านของออนเกียว (Onkyo) ที่หันมาจับมือร่วมกับโคชินชะ (Kohjinsha) บริษัทผลิตอัลตร้าโมไบล์พีซี ชั้นนำของญี่ปุ่น เตรียมเปิดตัวคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต พร้อมกัน 3 รุ่น โดยจะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 7 Home premium, RAM 1กิกะไบต์ โดยจะมีขนาดหน้าจอให้เลือกทั้งแบบ 11.6 นิ้ว หรือ 10.1นิ้ว ที่ใช้ระบบทัชสกีน, SSD ความจุ 32กิกะไบต์ หรือฮาร์ดดิสก์ความจุ 160 กิกะไบต์ ใช้ชิปประมวผล Atom N450 หรือ Atom Z530

โดยแท็บเล็ตทั้ง 3 รุ่นจะวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นช่วงเดือนตุลาคม ปี53
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

มาแล้ว!! แท็บเล็ตบีบี "BlackBerry PlayBook"

มาแล้ว!! แท็บเล็ตบีบี "BlackBerry PlayBook" ตามความคาดหมาย ริม (RIM) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบล็กเบอรี่โชว์ตัวคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต 7 นิ้วต่อหน้านักพัฒนาในงาน BlackBerry DevCon 2010 ที่ผิดคาดคือชื่อรุ่นที่ไม่ใช่ Black Pad" แบบที่ลือกัน แต่ใช้ชื่อ BlackBerry PlayBook แทน กำหนดการวางจำหน่ายเบื้องต้นคือปีหน้า

BlackBerry PlayBook นั้นไม่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการแบล็กเบอรี่โอเอส แต่ใช้ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์จากบริษัท QNX หน้าจอขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 1024x600 พิกเซล ด้านหน้าติดกล้องดิจิตอล 3 ล้านพิกเซล ด้านหลังติดกล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล

ที่น่าสนใจคือ BlackBerry PlayBook สามารถถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงเต็มขั้น HD 1080p มาพร้อมหน่วยประมวลผล (ซีพียู) ดูอัลคอร์ Cortex-A9 1GHz ทำให้สามารถประมวลผลงานหลายงานได้พร้อมกัน การันตีว่าผู้ใช้จะสามารถทำงานพร้อมกันหลายหน้าต่างได้ (multi tasking)

PlayBook มาพร้อม RAM 1GB รองรับเครือข่ายไร้สาย 802.11 a/b/g/n Wi-Fi และบลูทูธ 2.1 ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าตัวเครื่องหนา 9.7 ม.ม. น้ำหนักประมาณ 400 กรัม

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

เชื่อ Windows Phone 7 เปิดตัว 21 ต.ค.นี้

เชื่อ Windows Phone 7 เปิดตัว 21 ต.ค.นี้ แหล่งข่าวไม่ระบุนามแจ้ง ว่า Windows Phone 7 ระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากไมโครซอฟท์จะเริ่มเปิดตัวในยุโรปช่วงวันที่ 21 ตุลาคมนี้

รายงานข่าวกรองนี้ค่อนข้างมีน้ำหนัก เนื่องจากไมโครซอฟท์เคยประกาศว่า Windows Phone 7 มีความพร้อมเต็มที่สำหรับการเปิดตัวแต่ยังต้องรอเวลาเพื่อให้ผู้ผลิตติดตั้งลงในสมาร์ทโฟนของแต่ละแบรนด์ โดยเว็บไซต์ El Economista เชื่อว่าสมาร์ทโฟน Windows Phone 7 จะเปิดตัวในประเทศสเปนวันที่ 21 ต.ค. 53 ขณะที่เว็บไซต์ Neowin ระบุว่าสมาร์ทโฟน Windows Phone 7 จะเปิดตัวในอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลีในวันเดียวกัน

สำหรับเว็บไซต์ Neowin ระบุว่า ไมโครซอฟท์จะเริ่มประเดิมโชว์ตัวสมาร์ทโฟน Windows Phone 7 ครั้งแรกในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาวันที่ 11 ตุลาคมนี้ แต่คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายได้หลังยุโรปราว 2-3 วัน
ที่มา manager

ญี่ปุ่นผุด"หุ่นยนต์สระผม"

ญี่ปุ่นผุด"หุ่นยนต์สระผม" สุดยอดประเทศเซียนหุ่นยนต์อย่างญี่ปุ่น โชว์ตัว"หุ่นยนต์สระผม"หรือ hair-washing robot หวังช่วยเหลือผู้สูงอายุให้มีทางเลือกในการดูแลร่างกายในอนาคต

หุ่นยนต์สระผมนี้เป็นผลงานของ Panasonic มาในรูประบบครบวงจรที่มีทั้งเตียงไฟฟ้าซึ่งสามารถแปลงร่างเป็นวิลล์แชร์หรือเก้าอี้ติดล้อเลื่อนได้ ในส่วนหุ่นยนต์ตระผมนั้นมาพร้อมชิ้นส่วนเลียนแบบนิ้วมือ 16 ชิ้น พร้อมเซ็นเซอร์ 3 มิติ ซึ่งผู้ใช้จะสามารถแน่ใจได้ว่าเส้นผมจะปราศจากน้ำมันและสิ่งสกปรก แถมยังได้รับความสบายขณะสระผมด้วย

ยังไม่มีรายงานเรื่องการจำหน่ายและราคาเบื้องต้น

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

ชาร์ป ลุยตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กแอนดรอยด์

พริตตี้สาวโชว์เครื่องอ่านอีบุ้ก Mobile Type หน้าจอ 5.5 นิ้ว และ Home Type หน้าจอ 10.8 นิ้วแบบมัลติทัช


ในที่สุดสงครามเครื่องอ่านอีบุ๊กในโลกก็มีคู่ต่อสู้เพิ่มขึ้นอีกราย เมื่อ"ชาร์ป"บริษัทผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์แบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่นประกาศเปิดตัว Galapagos (กาลาปากอส) เครื่องอ่านอีบุ้กรุ่นล่าสุดที่ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ โดยจะให้บริการในรูปแบบ Could Service และพร้อมจะวางจำหน่ายช่วงเดือนธันวาคมนี้

กาลาปากอสนั้นถือเป็นโค้ดเนมที่ชาร์ปใช้เรียกเครื่องอ่านอีบุ้กของตน โดยภายในงานได้มีการเปิดตัว 2 รุ่นด้วยกันคือรุ่น Mobile Type ที่มีหน้าจอ 5.5 นิ้ว ที่มีความละเอียด 1024x600 พิกเซล มีแทร็กบอลที่ช่วยให้การสั่งงานด้วยมือเดียวทำได้ง่ายขึ้น มาพร้อมตัวเครื่องสีแดง และสีเงิน

ส่วนอีกรุ่นหนึ่งคือ Home Type ที่มีตัวเครื่องสีดำ มีหน้าจอขนาด 10.8 นิ้วแบบมัลติทัช ความละเอียด 1366×800 พิกเซล ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้สามารถแสดงผลได้พร้อมกัน 2 หน้าในรูปแบบนิตยสาร

เครื่องอ่านอีบุ้กทั้ง 2 รุ่นจะมาพร้อมการเชื่อมต่อไวไฟ 802.11b/g ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแชร์ไฟล์กับเพื่อนๆ ที่ใช้ กาลาปากอส รุ่นอื่นๆ ของชาร์ปผ่าน "Social App" ทั้งไฟล์อีบุ้ก, เกมส์ และหนังสือเรียน โดยนิตยสารและหนังสือพิมพ์ต่างๆ จะถูกส่งไปยังเครื่องอ่านอีบุ้กแบบอัตโนมัติในรูปแบบไฟล์ที่หลากหลาย อาทิ HTML, PDF, ePUB และฟอร์แมท XMDF ของชาร์ปเอง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Concierge ที่จะช่วยแนะนำหนังสือให้กับผู้ใช้งาน

ชาร์ประบุว่า ขณะนี้กำลังเจรจากับบริษัทผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ และบริษัทหนังสือพิมพ์ชั้นนำ อาทิ Asahi Shimbun, Nikkan Sports, Newsweek Japan และ Shogakukan เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดไฟล์อีบุ้กกว่า 30,000 เล่มในวันเปิดตัวสินค้าในเดือนธันวาคมนี้

"แม้จะใช้ระบบปฏบัติการแอนดรอยด์ แต่กาลาปากอสไม่สามารถใช้งานร่วมกับแอนดรอยด์ มาร์เก็ตได้ เนื่องจากความละเอียด และขนาดของหน้าจอที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

อย่างไรก็ตามผู้บริหารจากชาร์ประบุว่า ชาร์ปกำลังเตรียมพัฒนาแอปพลิเคชันเป็นของตัวเครื่อง คาดว่าผู้บริโภคจะได้เห็นในเร็วๆ นี้

ชาร์ป ลุยตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กแอนดรอยด์
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

นินเทนโดออกวีรีโมตใหม่บิ๊วอินโมชั่นพลัส

ลือ!! นินเทนโดออกวีรีโมตใหม่บิ๊วอินโมชั่นพลัส จากภาพปกเกม "FlingSmash" ที่หลุดออกมา ทำให้เกิดกระแสข่าวลืออย่างหนักว่านินเทนโดเตรียมจะต่อสู้กับ "เพลย์สเตชั่นมูฟ" และ "Kinect" ด้วยการทำวีรีโมตใหม่เพิ่มโมชั่นพลัสแบบบิ๊วอินเข้าไป

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา "โซนี่" ได้เปิดวางจำหน่าย "เพลย์สเตชั่น มูฟ" อย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อย ต่อด้วย "ไมโครซอฟต์" ที่เตรียมจะวางจำหน่าย "Kinect" ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ ส่งผลให้นินเทนโดจะต้องเตรียมรับมือสงครามอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวอย่างแท้จริงเสียที

ล่าสุดมีสัญญาณการแข่งขันออกมาจากนินเทนโด ที่ระบุว่านินเทนโดจะอัปเดตวีรีโมตให้มีบิ๊วอิน "โมชั่นพลัส" ก่อนหน้านี้อุปกรณ์โมชั่นพลัสจะเป็นส่วนเสริมแยกต่างหากจากวีโมตเพื่อให้การตรวจจับการเคลื่อนไหวแม่นยำขึ้น

เว็บไซต์ขายของ Gamestop เปิดเผยปกเกม "FlingSmash" ของนินเทนโด ในราคา 50 เหรียญสหรัฐ ภายในจะประกอบด้วยเกม พร้อมด้วยวีรีโมตพลัสเตรียมออกวางจำหน่ายในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ สิ่งที่น่าสนใจของปกเกมคือวีรีโมต ที่มีลักษณะบิ๊วอินรวมโมชั่นพลัสไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นที่บริเวณใต้โลโก้ Wii ของวีรีโมต ยังมีการลากเส้นโค้งด้วย ซึ่งดูแตกต่างออกจากวีรีโมตแบบธรรมดาที่วางจำหน่ายก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตามในภายหลังเว็บไซต์ Gamestop ก็ได้นำลิสรายการจำหน่ายเกม FlingSmash ออก เมื่อติดต่อสอบถามไปยังนินเทนโดอเมริกา ก็ได้คำตอบว่ายังไม่มีข่าวอะไรจะประกาศให้ทราบในตอนนี้ แต่เมื่อติดต่อไปยังนินเทนโดยุโรปปรากฏว่ามีการยืนยันว่าปกเกมดังกล่าวเป็นของจริง โดยขอไม่เปิดเผยรายละเอียดในส่วนอื่น
นินเทนโดออกวีรีโมตใหม่บิ๊วอินโมชั่นพลัส
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Clone Wars เปิดสัปดาห์แรก คนเล่นทะลุล้าน

"ลูคัสอาร์ต" ร่วมกับ "โซนี่ออนไลน์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์" ประกาศความสำเร็จของเกมออนไลน์ Star Wars : Clone Wars Adventures ที่มียอดผู้ลงทะเบียนเล่นเกมสูงถึง 1 ล้านรายในสัปดาห์แรก หลังจากเริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

Star Wars : Clone Wars Adventures ถือครองลิขสิทธ์โดย "ลูคัสอาร์ต" และพัฒนาตัวเกมโดย "โซนี่ออนไลน์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์" ใช้เทคโนโลยีตัวเดียวกับที่สร้าง Free Realms ส่วนเนื้อหานั้นนำมาจากการ์ตูนซีรี่ส์ Clone Wars

จอห์น สมีดลี่ย์ ประธานของโซนี่ออนไลน์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ระบุว่า รู้สึกตื่นเต้นมากที่เกม Star Wars : Clone Wars Adventures สามารถทำยอดผู้ลงทะเบียนเล่นเกมได้ 1 ล้านรายในระยะเวลาที่รวดเร็ว พร้อมทั้งมองว่าชุมชนผู้เล่นของเกมนี้จะมีการขยายตัวเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

"การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงบทเรียนต่างๆที่ได้มาจากเกม Free Realms และชื่อตราสินค้าที่ยอดเยี่ยมอย่าง Clone Wars ทั้งหมดนี้ทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าเราได้สร้างเกมที่ยอดเยี่ยม เรามีความสุขมากที่ได้เห็นแฟนๆหลายช่วงอายุสนุกกับเนื้อหาของเกม เช่นเดียวกับเราที่สนุกกับการสร้างเกมนี้" จอห์น สมีดลี่ย์ กล่าว

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

โซนี่พร้อมลุยตลาด 3D ในไทย

ทีมผู้บริหารจากโซนี


โซนี่ เดินหน้าประกาศความเป็นผู้นำอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงแบบ 3 มิติเต็มรูปแบบ พร้อมปฏิวัติประสบการณ์การรับชมของผู้บริโภคแบบเสมือนจริง ด้วยความหลากหลายทางเทคโนโลยี ตั้งแต่การผลิตขั้นโปรดักชัน ไปจนถึงผลงานเอ็นเตอร์เทนเมนต์ผ่านคอนเทนท์หลากหลายรูปแบบของโซนี่ ผ่านงาน “Sony 3D World” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และภูมิภาคเอเซีย แปซิฟิกเช่น โดยมีการจัดแสดงแอลซีดีทีวี 3 มิติ ชุดโฮมเธียร์เตอร์ Blu-ray 3 มิติ เครื่องเล่นเกมส์ PlayStation 3 รวมถึงกล้องดิจิตอลที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี 3D

มร ฮารุฮิโตะ ทานิกาว่า ผู้อำนวยการด้านการตลาดผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ โซนี่ อิเลคทรอนิกส์ เอเซีย แปซิฟิก กล่าวว่า โซนี่เป็นผู้คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยี 3D มาอย่างต่อเนื่อง และได้แสดงถึงศักยภาพความบันเทิงแห่ง 3D ได้อย่างยิ่งใหญ่ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักฟีฟ่าเป็นทางการ โดยเฉพาะช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกเวิลด์คัป 2010 ที่ผ่านมา ซึ่งโซนี่ได้นำเสนอประสบการณ์ความบันเทิง 3D ตั้งแต่การถ่ายทำไปจนถึงถ่ายทอดการแข่งขันในระบบ 3 มิติ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ชมทั่วโลกได้สัมผัสประสบการณ์ 3D จาก ทีวี แอลซีดี บราเวีย 3 มิติ ผ่านช่องทางหน้าร้านจำนวนกว่า 4,150 จุดทั่วทุกมุมโลก

"เราจะเน้นการทำตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ Sony 3D World ผ่านแนวคิด “3D Lens to the Living Room” หรือ “จากเลนส์ 3 มิติสู่ประสบการณ์ความบันเทิงในบ้านแบบสมจริง” ซึ่งช่วยตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำของ โซนี่ที่มีความพร้อมสรรพทุกด้านในการนำเสนอโซลูชั่นแบบ 3 มิติที่สมบูรณ์แบบในทุกขั้นตอน ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และคอนเทนท์ ผลิตภัณฑ์รองรับความต้องการการใช้งานได้ตั้งแต่ขั้นตอนโปรดักชั่น การถ่ายทำ การตัดต่อ ไปจนถึงการรับชมทั้งในโรงภาพยนตร์ จนถึงในห้องนั่งเล่นภายในบ้านของทุกคน”

มร. โทรุ ชิมิซึ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันกระแสเทคโนโลยี 3 มิติ หรือ 3D กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตลาดทีวี 3D ที่มีการเติบโตอย่างมากทั่วโลก ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนของโรงภาพยนตร์ 3D ที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

"สำหรับเมืองไทยก็เริ่มตื่นตัวกับเทคโนโลยี 3D โดยตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาโซนี่เริ่มเปิดโอกาสให้ผู้บริโภค และลูกค้าได้ทดลองสัมผัสความบันเทิงในรูปแบบ 3 มิติ ชมความบันเทิง 3D ในจุดต่าง ๆ ที่ โซนี่ได้นำทีวี 3D ไปติดตั้ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเฉพาะในช่วงการแข่งขันฟุตบอลฟีฟ่าเวิลด์คัป ซึ่งได้รับเสียงตอบเป็นอย่างดี"

วันนี้โซนีจึงพร้อมมอบโซลูชั่นส์ความบันเทิงแบบ 3 มิติ ให้ผู้บริโภคถึงที่บ้านด้วยคอนเทนท์ที่หลากหลาย ทั้งภาพยนตร์ เกมส์ รวมถึงการสร้างสรรค์คอนเทนท์ 3 มิติง่าย ๆ ด้วยตนเอง พร้อมกันนี้ โซนี่ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ 3D มากมาย อาทิ แอลซีดี บราเวีย 3 มิติ พร้อมด้วยชุดโฮมเธียเตอร์ บลูเรย์ดิสก์เพลย์สเตชั่น 3 รวมทั้งกล้องไซเบอร์ช็อต และอัลฟ่า ที่รองรับเทคโนโลยี 3 มิติด้วยฟังก์ชั่น 3D Sweep Panorama

"นอกเหนือไปจากงาน “Sony 3D World” ที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสสัมผัสประสบการณ์บันเทิง 3 มิติแล้ว โซนี่ยังเน้นการทำตลาดทั้งในส่วนออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อนำเสนอไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภค อาทิ สื่อโฆษณาที่ครอบคลุมทั้งทีวี สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อนอกบ้าน การตกแต่ง 3D Corner ในร้านค้ามากกว่า 50 ร้านค้าภายในปีนี้ และจะครอบคลุมทั่วประเทศภายในปีหน้า พร้อมด้วยแคมเปญ 3D World By Sony ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ ด้วยโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 3D โดยเฉพาะ ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวจะช่วยสร้างการรับรู้ และเพิ่มความต้องการของตลาด 3D ให้เติบโตเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 3D ของโซนี่เพิ่มขึ้นอีกด้วย" โทรุกล่าว
โซนี่พร้อมลุยตลาด 3D ในไทย
ที่มา manager

ลือแอปเปิลเล็งผุดแอปหนังสือพิมพ์-นิตยสารแบบแยกเดี่ยว

ลือแอปเปิลเล็งผุดแอปหนังสือพิมพ์-นิตยสารแบบแยกเดี่ยว สำนักข่าวต่างประเทศอ้างแหล่งข่าววงใน ระบุว่าแอปเปิลกำลังอยู่ระหว่างการซุ่มสร้างร้านให้บริการดาวน์โหลดหนังสือพิมพ์และนิตยสารดิจิตอลเพื่อให้ชาวไอแพด (iPad) ได้ดาวน์โหลดแบบสะดวกสบาย เชื่อจะมีลักษณะเดียวกับร้าน iBooks ซึ่งแอปเปิลสร้างขึ้นเพื่อให้บริการดาวน์โหลดหนังสือเล่ม แต่จะแยกเดี่ยวออกมาเป็นแอปพลิเคชัน standalone ซึ่งไม่ติดกับแหล่งดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของแอปเปิลอย่าง App Store รวมถึงบริการหนังสือดิจิตอลที่แอปเปิลมีอยู่แล้วอย่าง iBooks

สำนักข่าว Bloomberg ระบุว่าโครงการนี้ของแอปเปิลกำลังอยู่ในช่วงการวางแผนเริ่มต้น โดยที่ผ่านมา แอปเปิลได้เปิดการเจรจากับสำนักพิมพ์รายใหญ่ของสหรัฐฯมาระยะหนึ่งแล้ว และยังดำเนินต่อไปในขณะนี้

จุดประสงค์ในการสร้างร้านดาวน์โหลดหนังสือพิมพ์และนิตยสารของแอปเปิลนั้นถูกมองว่าคือหนึ่งในกลยุทธ์ขยายอาณาจักรไอแพด เพราะคอนเทนต์น่าสนใจของนิตยสารและหนังสือพิมพ์จะทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับไอแพดมากขึ้น ขณะเดียวกัน ค่ายสำนักพิมพ์ก็จะสามารถขยายผลการสมัครสมาชิกได้มากขึ้น ซึ่งจะดีกว่าการให้บริการเป็นแอปพ่วงใน iBooks

นอกจากนี้ ร้านใหม่ของแอปเปิลยังมีส่วนช่วยให้ค่ายสำนักพิมพ์สามารถสร้างนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ฉบับดิจิตอลได้ง่ายขึ้นในงบประมาณไม่บานปลาย จุดนี้ Bloomberg นั้นให้รายละเอียดว่าในเบื้องต้น แอปเปิลนั้นตกลงให้สำนักพิมพ์สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกได้ด้วย (เฉพาะกลุ่มที่ยินยอม) ซึ่งจะทำให้สำนักพิมพ์สามารถแบ่งปันข้อมูลกับนักโฆษณาได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือค่ายสำนักพิมพ์จะพากันเทความสนใจให้กับร้านนี้มากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

รายงานย้ำว่า สื่อยักษ์ใหญ่ที่จะร่วมเป็นพันธมิตรกับแอปเปิลในขณะนี้ได้แก่ Time Warner Inc., Conde Nast, Hearst Corp. และ News Corp. โดยสนนราคาสมาชิกนั้นยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าจะพร้อมเปิดตัวบริการในไม่กี่เดือนข้างหน้า

Bloomberg นั้นโยงบริการนี้เข้ากับข่าวลือเรื่องการเปิดตัว iPad รุ่นใหม่ซึ่งเชื่อกันว่าจะปรากฏสู่สายตาสาธารณชนในช่วงต้นปี 2011 โดยคาดว่าแอปเปิลจะเปิดตัวบริการนี้ในช่วงไล่เลี่ยกับการเปิดตัวไอแพดยุคหน้า ทั้งหมดนี้ต้องลุ้นกันต่อไปเพราะแอปเปิลนั้นมักทำอะไรให้ชาวโลกเซอร์ไพรส์กันอยู่เสมอ
ที่มา manager

เดลล์เปิดแผนคลอดแท็บเล็ต 7 นิ้วแข่ง iPad

เดลล์เปิดแผนคลอดแท็บเล็ต 7 นิ้วแข่ง iPad
ซีอีโอ ไมเคิล เดลล์ กับต้นแบบแท็บเล็ต 7 นิ้วบนเวทีงาน Oracle Open World
ซีอีโอเดลล์ (Dell) แหย่กระแสด้วยการปล่อยข่าวเปิดตัวคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตทรงกระดานชนวนรุ่นที่ 2 ของค่ายในงานประชุมประจำปีของบริษัทออราเคิล (Oracle) แย้มเพียงมาพร้อมหน้าจอขนาด 7 นิ้วใช้ระบบปฏิบัติการ Android แต่รายละเอียดเทคนิกและกรอบกำหนดการวางจำหน่ายนั้นถูกอุบเงียบมิดชิด
ตัวอย่างแท็บเล็ตที่เชื่อว่าเป็นต้นแบบแท็บเล็ต 7 นิ้วของเดลล์
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่คือคู่แข่ง iPad รุ่นที่ 2 จากเดลล์ โดยเป็นรุ่นเพิ่มเติมจากที่เดลล์ส่ง Streak แท็บเล็ตรุ่นแรกหน้าจอ 5 นิ้วมาชิงส่วนแบ่งกับ iPad ซึ่งสามารถทำยอดขายได้ถึง 3.3 ล้านเครื่องในช่วง 3 เดือนแรกของการวางจำหน่าย

ก่อนหน้านี้ เดลล์นั้นชิงเปิดตัว Streak ในยุโรปก่อนจึงเริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐฯ และที่ผ่านมา เดลล์ก็ส่งสัญญาณความแข็งแกร่งของ Streak มาตลอดด้วยการระบุว่ามียอดจำหน่ายที่ดีเกินคาด แต่ก็ยังน้อยนิดเมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ย 6 หมื่นล้านเหรียญของเดลล์

อย่างไรก็ตาม ซีอีโอเดลล์ไม่เปิดเผยว่าแท็บเล็ตรุ่นใหม่จะวางจำหน่ายในยุโรปเช่นเดิมหรือไม่ แต่สำหรับ Streak จะเริ่มวางจำหน่ายในร้านค้าปลีก Best Buy ทั่วสหรัฐฯในเร็ววันนี้

ในภาพรวมธุรกิจ เดลล์ระบุว่าจะมีอัตราการเติบโตของธุรกิจในไตรมาสปัจจุบันราว 20%
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

บิล เกตส์ครองแชมป์รวยสุด 17 ปีซ้อน

บิล เกตส์ครองแชมป์รวยสุด 17 ปีซ้อน บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ นิตยสาร Forbes จัดอันดับ 400 เศรษฐีอเมริกันชนที่รวยที่สุดในปี 2010 ปรากฏว่าบิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ยังคงครองแชมป์ความรวยที่สุดต่อไป ที่น่าสนใจคือหนุ่มมาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟสบุ๊กนั้นร่ำรวยกว่าสตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งแอปเปิลไปแล้วเรียบร้อย

นอกจากเกตส์ที่ครองแชมป์รวยที่สุดในปีที่ 17 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 5.4 หมื่นล้านสหรัฐ ยังมีเจ้าพ่อไอทีอีกหลายคนที่ติดอันดับทำเนียบคนรวย เช่นผู้ก่อตั้งและซีอีโอออราเคิล แลร์รี่ เอลิสัน ที่ครองแชมป์รวยอันดับ 3 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 2.7 หมื่นล้านเหรียญ (ตามหลังอันดับ 2 อย่างวอร์เรน บัฟเฟ็ต) แลร์รี่ เพจและเซอร์เกย์ บริน ผู้ก่อตั้งกูเกิลซึ่งครองตำแหน่งรวยอันดับที่ 11 ด้วยมูลค่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญต่อคน รวมถึงไมเคิล เดลล์ ผู้ก่อตั้งเดลล์ที่รวยเป็นอันดับที่ 15 ด้วยทรัพย์สิน 1.4 หมื่นล้านเหรียญ

ผู้ที่ได้ตำแหน่ง "รวยเร็วที่สุด"ในปีนี้คือผู้ก่อตั้งเฟสบุ๊ก ซึ่งถูก Forbes จัดให้มีอันดับความร่ำรวยที่ 35 ก้าวกระโดดจากอันดับที่ 158 ในปีที่แล้ว มีมูลค่าทรัพย์สินจากเดิม 4.9 พันล้านเหรียญมาเป็น 6.9 พันล้านเหรียญในปีเดียว เป็นตัวเลขที่ฮือฮาอย่างมากเพราะสูงกว่าทรัพย์สินของผู้ก่อตั้งแอปเปิล เพราะจ็อบส์ครองอันดับ 42 ด้วยทรัยพ์สินมูลค่า 6.1 พันล้านเหรียญในปีนี้

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553

SAMSUNG NX100 กล้อง Mirrorless ใช้งานคล่องตัว

SAMSUNG NX100 กล้อง Mirrorless ใช้งานคล่องตัว ช่วงนี้จะเห็นว่ากระแสกล้องสไตล์ Mirrorless Interchangeable Lens Camera หรือกล้องไร้กระจกสะท้อนภาพที่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้กำลังได้รับความนิยมทั้งจากนักเล่นกล้องมืออาชีพจนถึงมือสมัครเล่น เพราะด้วยขนาดตัวกล้องที่ค่อนข้างเล็กเทียบเท่ากล้องคอมแพคในขณะที่ประสิทธิภาพนั้นดีขึ้นเพราะส่วนใหญ่จะใช้เซนเซอร์รับภาพแบบ APS-C (Advanced Photo System type-C) อีกทั้งด้วยลักษณะเลนส์กล้องที่สามารถถอดเปลี่ยนได้แบบกล้อง DSLR จึงทำให้ตัวกล้องประเภทนี้ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน

ซึ่งในวันนี้หลังจากทีมงานผู้จัดการไซเบอร์ได้เคยลงบทความรีวิวกล้องประเภท Mirrorless อย่าง Sony NEX-5 ไปแล้ว วันนี้ทีมงานก็ได้รับกล้องรูปแบบดังกล่าวมาอีกครั้ง เพียงแต่ในครั้งนี้จะเป็นคิวของแบรนด์ดังเกาหลีอย่าง SAMSUNG กับกล้องที่เพิ่งเปิดตัวไปในชื่อรุ่น NX100 มาทดสอบประสิทธิภาพกัน ซึ่งในส่วนของประสิทธิภาพและการใช้งานจะเป็นอย่างไร เชิญติดตามชมได้ต่อจากนี้ครับ

Design & Specifications of SAMSUNG NX100
กล้อง SAMSUNG NX100 เป็นกล้องถ่ายภาพประเภท Mirrorless Interchangeable Lens Camera ที่ใช้เซนเซอร์รับภาพแบบ APS-C CMOS Image Sensor รองรับความละเอียดสูงสุดที่ 14.6 Megapixeles สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 720p (1,280x720pixeles) ที่ความเร็วเฟรมเรท 30 เฟรมต่อวินาทีในฟอร์แมต MP4 (H.264) อีกทั้งยังสามารถถ่ายภาพแบบ Sound Pictures (ใส่เสียงพูดลงในภาพถ่าย) และตัวกล้องยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผลภาพแบบ VGA AMOLED Display ขนาด 3 นิ้วอีกด้วย
ที่มา manager

ตู้มือถือมาบุญครองรับ ขาดทุนยับหลัง iPhone 4 เปิดตัวในไทย

พ่อค้าแม่ขายประจำตู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือรายย่อยในห้างดังย่านปทุมวันบางส่วนยอมรับ ว่าการเปิดตัว iPhone 4 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จนนำไปสู่การลดราคาจำหน่ายเครื่องให้เท่าราคาเปิดตัวนั้นมีผลทำให้ผู้ค้าขาดทุน อย่างไรก็ตาม กติกาการต่อคิวซื้อเครื่องทั้งหลายทั้งมวลก็มีส่วนช่วยเป็นแต้มต่อให้ผู้ค้าตามตู้ยึดเป็นจุดแข็งในการขายขณะนี้

หลายร้านยอมรับด้วยว่า Blackberry นั้นขายดีกว่า iPhone โดยล่าสุดผู้ค้าบีบีเครื่องหิ้วหัวใส ใช้กลเม็ด"บีบีพินสวย" ดันราคาแบล็กเบอรี่ 9700 ที่มีราคาปกติราว 13,000 บาท ให้พุ่งเป็น 35,000 บาทได้ ว้าวๆ

***ลดราคา iPhone 4 เท่าเครื่องศูนย์

ตามความคาดหมาย iPhone 4 เครื่องหิ้วในชั้น 4 ห้างมาบุญครองมีการปรับลดลงมาใกล้เคียงกับราคาเปิดตัวของเอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ จากราคาตั้งต้นที่แพงเหลือเชื่อราว 30,000 บาทขึ้นไป (ข่าวลือแว่วมาว่าถึงระดับ 50,000 บาทในช่วงสัปดาห์แรกของการวางจำหน่าย) ก่อนจะลดลงเหลือ 28,000 - 29,000 บาทในช่วงก่อนการเปิดตัว และมาอยู่ในระดับเริ่มที่ 23,000 บาทในขณะนี้

iPhone 4 ส่วนใหญ่ที่จำหน่ายบนมาบุญครองนั้นมี 2 ประเภท 2 ราคา ได้แก่ เครื่อง Unlock (ซื้อมาแล้วใช้งานได้ทันทีไม่ต้อง JailBreak) จากฮ่องกง และเครื่อง Lock จากสหรัฐฯ (ต้อง JailBreak และลง App เพื่อ Unlock เครื่องเพื่อให้ใช้งานได้ ซึ่งมีความเสี่ยงในกรณีการอัปเดทระบบปฏิบัติการ เพราะจะต้องลุ้นให้ JailBreak และปลดล็อคสำเร็จ ถ้าทำไม่ได้ iPhone ก็จะกลายเป็นที่ทับกระดาษแทน ซึ่งขณะนี้ iOS4.1 ยังไม่สามารถ Unlock ได้)

จากการสุ่มสอบถาม ร้านค้าหนึ่งจำหน่าย iPhone 4 สหรัฐฯ 16GB ในราคา 23,300 บาท รุ่น 32GB อยู่ที่ 27,500 บาท ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับราคาที่เปิดตัวโดย 3 โอเปอเรเตอร์ใหญ่บ้านเราคือ 16GB 22,500 บาท (หรือ 23,807.50 บาทเมื่อรวม VAT) และ 32GB 26,000 บาท (หรือ 27,820 บาท เมื่อรวม VAT)

ขณะที่เครื่องจากฮ่องกงจะถูกบวกราคาเพิ่มขึ้นอีกราว 500-1,500 บาท บนจุดขายที่ว่าผู้ใช้ไม่ต้อง JailBreak ซ้ำซาก

เมื่อสอบถามว่า ราคา iPhone 4 ที่ลดลงนั้นทำให้ขาดทุนหรือไม่ ผู้ค้าหลายรายส่ายหัวแล้วตอบว่า "เรียบร้อย" โดยบอกว่าราคา iPhone 4 บนมาบุญครองนั้นเปลี่ยนแปลงวันต่อวัน บนสัจธรรมว่า "ของน้อยก็ราคาแพง ของมากก็ราคาถูก" ขณะที่บางรายเจ็บตัวน้อยกว่า เพราะไม่ได้สั่งสินค้ามาสต็อกที่ตู้

ผู้ค้าส่วนใหญ่บอกว่ายังขาย iPhone 4 ได้อยู่เรื่อยๆเพราะขณะนี้ผู้ที่จะซื้อเครื่องศูนย์ได้จะต่อต่อคิวและจองเท่านั้น ผู้ค้าหลายรายจึงให้ข้อดีของการซื้อเครื่องหิ้วแก่ลูกค้าว่าจะไม่ต้องรอคิวนาน ซึ่งการซื้อเครื่องแบบปกติจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนตุลาคม สำหรับช่วงเวลานั้น ผู้ค้าแต่ละคนไม่สามารถคาดการณ์ราคาจำหน่ายได้เพราะราคาจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ที่น่าสนใจคือ ร้านค้าบางร้านนำเครื่อง iPhone 4 จากศูนย์เช่นทรู ดีแทคและเอไอเอส มาวางจำหน่ายต่อด้วย โดยให้จุดขายว่าเป็นเครื่องศูนย์ที่ลูกค้าไม่ต้องเหนื่อยเสียเวลามารับเครื่องเอง แต่จะวางจำหน่ายเพียง 1-2 เครื่องในราคาเริ่มที่ 26,000 บาท ซึ่งก็มีคนสั่งจองแล้วบางส่วน

สำหรับราคา iPhone 4 เลียนแบบจากจีนนั้นวางจำหน่ายในราคา 3,900 บาท รองรับไว-ไฟเล่นอินเทอร์เน็ตได้ สามารถใส่ได้ 2 SIM ความจุในเครื่อง 1GB เพิ่มได้สูงสุด 16GB ดูทีวีไม่ได้ หน้าจอเล็กกว่าเล็กน้อย

***iPhone 3Gs ราคาเริ่มที่ 18,400 บาท

เป็นธรรมดาที่ว่าเก่าไปใหม่มา iPhone 3Gs ที่เคยจำหน่ายในราคา 24,xxx บาท วันนี้มีราคาเริ่มที่ 18,xxx บาท (8GB เครื่องสหรัฐฯ)

รุ่น 16GB บางร้านจำหน่ายที่ 19,500 บาทสำหรับเครื่องสหรัฐฯ และ 20,000 บาทสำหรับเครื่องฮ่องกง โดยรุ่น 32GB เครื่องสหรัฐฯอยู่ที่ 21,000 บาท

ในขณะที่ iPhone 3G รุ่น 8GB ยังมีจำหน่ายอยู่ สนนราคา 13,800 บาท

สำหรับ iPhone 3Gs เลียนแบบจากจีนนั้นราคาจำหน่ายราว 2,900 บาท ไม่มีไว-ไฟ แต่เล่นอินเทอร์เน็ตผ่าน EDGE ได้

ในส่วนของ iPad ผู้ค้าเชื่อว่าจะมีราคาคงที่ไปนับจากนี้ไม่ว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย โดยรุ่นไว-ไฟ 16GB ราคา 17,800 บาท และรุ่นพร้อม 3G 16GB ราคาเริ่มที่ 21,900 บาท

***Blackberry "PIN มงคล" ราคาทะลุ 35,000 บาท

ช่วงเวลาสั้นๆของการสำรวจตู้จำหน่ายเครื่องหิ้ว พบว่าลูกค้าที่มุงตามตู้นั้นจับจ่ายซื้อ"บีบี"อย่างคึกคัก โดยรุ่นที่ยังได้รับความนิยมในขณะนี้อย่าง Bold 9700 ราคาอยู่ที่ 13,000 บาท และรุ่น Torch 9800 ทรงสไลด์ใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปืดตัวในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ สนนราคาอยู่ที่ 20,800 บาท

หนึ่งในความโดดเด่นของตลาดค้าบีบีที่เห็นได้ชัดคือ การจำหน่ายบีบี "PIN" สวย โดยเครื่องที่มี PIN เลขซ้ำ เลขเรียง และเลขมงคลจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท

เช่น รุ่น 9700 ที่มีเลข 22**8877 ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 18,000 บาท หรือเลข 22**9999 ก็จะมีราคาสูงถึง 32,000 บาท ขณะที่เลข ***EEEEE หรือที่ผู้ค้าเรียกว่า five E นั้นสูงถึง 35,000 บาท

บีบีรุ่นเล็กอย่าง Curve 8520 ที่มีราคาดั้งเดิมราว 7,xxx บาท ก็ยังมีเลขสวยวาง โดยเลขตองพร้อมเลขเรียง เช่น ****5678 จะถูกตั้งราคาไว้ที่ 18,000 บาท

ที่มา manager

ดีแทคชู “เอาใจกว่า” ส่ง iPhone 4 ถึงบ้าน

Updated - ดีแทคทำเก๋ จัดงานปาร์ตี้เปิดตัว iPhone 4 อย่างเดียวไม่มีต่อคิวรับเครื่องกลับบ้านถึงดึกดื่น แต่จะใช้วิธีขับคาราวานมอเตอร์ไซค์ 100 คันส่งเครื่องให้ผู้จอง iPhone 4 ใน 100 คนแรกตั้งแต่ 7 โมงเช้าวันที่ 24 กันยายนแทน ย้ำความต่างจากเอไอเอสและทรูมูฟที่การ “เอาใจมากกว่า”

ธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้บริหารดีแทคให้สัมภาษณ์ว่าเหตุที่ดีแทคไม่จัดงานรับเครื่อง iPhone 4 ในเวลา 24.00 น.ของวันที่ 23 กันยายน เพราะต้องการใช้วิธีส่งมอบเครื่องถึงมือลูกค้าโดยตรง โดยผู้บริหารดีแทคจะร่วมเดินทางไปกับคาราวานมอเตอร์ไซค์สีฟ้าเพื่อส่งมอบ iPhone 4 แก่ผู้ลงทะเบียนออนไลน์ 100 คนแรก

สำหรับงานเปิดตัว iPhone 4 ของดีแทคนั้นจัดขึ้นที่ dtac house ชั้น 38 อาคารจามจุรีสแควร์ ในรูปปาร์ตี้ชื่อ Thursday Night Fever โดยผู้จอง iPhone 4 จะจ่ายชำระเงินและเลือกโปรโมชันในงานนี้แต่ไม่ได้รับเครื่องกลับบ้านไป โดยคาราวานมอเตอร์ไซค์จากดีแทคจะนำส่งเครื่องให้ใน 7 โมงเช้าวันที่ 24 กันยายน

เบื้องต้นดีแทคเปิดเผยว่า ยอดผู้จอง iPhone 4 กับดีแทคในขณะนี้มีจำนวนราว 16,000 คน โดยผู้ที่ลงทะเบียนจอง iPhone 4 นอกเหนือจาก 100 คนแรกจะสามารถรับเครื่องที่อาคารจามจุรีได้ตั้งแต่บ่ายโมงตรง โดยจะเปิดให้ผู้จองเข้ารับเครื่องตลอดสุดสัปดาห์ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ที่ชั้น G อาคารจามจุรีสแควร์

สำหรับราคาแพคเกจใช้งาน iPhone 4 ของดีแทคนั้นเริ่มที่ 449 บาทต่อเดือน สูงสุด 699 บาทต่อเดือน ราคาเครื่องพร้อมแพคเกจเริ่มที่ 20,650 บาท เครื่องเปล่าเริ่มที่ 22,250 บาท มีทั้งอัตราผ่อน 6 เดือน 10 เดือน และ 18 เดือน

หลังจากวันที่ 24 กันยายน เครื่อง iPhone 4 จะวางจำหน่ายในสำนักงานบริการลูกค้าของดีแทค ร้าน iStudio ร้านเจมาร์ท และร้านทีจีโฟนที่ร่วมรายการกว่า 130 แห่งทั่วประเทศ

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

Samsung Galaxy 3-5 กาแล็กซีราคาจับต้องได้

Samsung Galaxy 3-5 กาแล็กซีราคาจับต้องได้ หลังจากซัมซุงก่อให้เกิดกระแสแอนดรอยด์บูมในบ้านเรา จากการโหมโปรโมท กาแล็กซี เอส กับทางเอไอเอสเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ในฐานะแอนดรอยด์โฟนรุ่นใหม่ ประสิทธิภาพสูง ซึ่งถือเป็นรุ่นสูงสุดในตระกูลแอนดรอยด์ของซัมซุง ถัดมาไม่นานก็ได้มีการเปิดเผยออกมาว่าจะมีแอนดรอดย์รุ่นประหยัด และรุ่นกลางๆ ออกมาทำตลาดในประเทศอีก

โดย 2 รุ่นที่กล่าวถึงคือ กาแล็กซี 5 และ กาแล็กซี 3 ในราคาประมาณ 7,500 และ 9,500 ตามลำดับ แน่นอนว่าเมื่อราคาประหยัดจุดเด่นสำคัญอย่างจอ Super AMOLED ก็หายไปด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นราคาออกมาแบบนี้ ทั้งแบรนด์ผู้นำตลาดแอนดรอยด์อย่าง เอชทีซี และเฮาส์แบรนด์อย่าง เวลคอม คงหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามกัน เพราะความสามารถภายในนั้นแทบไม่แตกต่างกัน

จากสเปกและระบบปฏิบัติการที่ใส่แอนดรอยด์ เวอร์ชัน 2.1 (Eclair) มาพร้อมอินเตอร์เฟส TouchWiz 3.0 บนหน่วยประมวลผลความเร็ว 667MHz และ RAM 256MB ของ Galaxy 3 และ หน่วยประมวลผลความเร็ว 600MHz ของ Galaxy 5 ซึ่งทั้ง 2 รุ่นรองรับการเชื่อมต่อ 3G ไวไฟ บลูทูธ และจีพีเอส
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Photokina 2010 โชว์กล้องราคาเหยียบล้าน!


Update - กลับมาอีกครั้งกับ "Photokina 2010" งานแสดงกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพซึ่งจัดขึ้นที่ Cologne Exhibition Center ประเทศเยอรมัน ระหว่างวันที่ 20-26 กันยายน 2553

งานนี้ถือเป็นงานที่นักถ่ายภาพจากทั่วโลกรอคอย เนื่องจากภายในงานจะมีผู้ผลิตกล้องดิจิตอลแบรนด์ชั้นนำ ขนกองทัพกล้องรุ่นใหม่ที่จะมีการเปิดตัว มาโชว์สเปคเพื่อกระตุ้นต่อมความอยากให้กับคนหลังเลนส์ ได้เตรียมหยอดกระปุกไว้ซื้อกัน
ไฮไลท์เด็ดของงานคงหนีไม่พ้นกล้อง Digital Range Finder จากเมืองเจ้าถิ่นอย่าง Leica M9 Titanium Special edition ที่ได้รับการออกแบบโดย Walter De'Silva หนึ่งในทีมออกแบบรถยนต์ Volkswagen ซึ่งว่ากันว่าผลิตขึ้นมาเพียง 500 ตัวเท่านั้น ด้านขวามือของเครื่องมีห่วงจับ (Finger Loop) ซึ่งผลิตจากโลหะหุ้มหนังอย่างประณีตตามสไตล์ Leica เพื่อให้สะดวกต่อการพกพา รวมถึงฮูดเลนส์ดีไซน์พิเศษ

ใช้ CCD เซ็นเซอร์ขนาดฟูลเฟรม 35มม. ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล มีค่าความไวแสง 80-2500 สามารถถ่ายนิ่งไฟล์ RAW 14 bit

M9 Titanium Special edition จำหน่ายในราคา 19,800 ปอนด์ หรือประมาณ 965,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีกล้องคอมแพกต์ระดับพรีเมียมอย่าง D-Lux 5 ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาด 1/1.63นิ้ว ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล เลนส์ 24-90มม. มีหน้าจอแสดงผลความละเอียด 460,000พิกเซล กว้าง 3 นิ้ว และสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวที่ความละเอียด 720p AVCHD

Leica D-Lux 5 จะวางจำหน่ายช่วงเดือนตุลาคม ในราคา 30,000 บาท
ในส่วนของพานาโซนิคนั้นขอโชว์ GH2 กล้องถ่ายรูปแบบ Single Lens ระบบ Micro 4/3 มาพร้อม Live MOS เซ็นเซอร์ความละเอียด 16.05 ล้านพิกเซล, รองรับการบันทึกวิดีโอ 3 มิติ และวิดีโอความละเอียดสูง Full HD 60fps (1080/60i) สามารถปรับค่ารูรับแสง และสปีด ชัตเตอร์ในโหมด Manual ได้

มีหน้าจอระบบสัมผัสที่สามารถสั่งโฟกัสและถ่ายภาพได้จากบนหน้าจอ (Touch Control Shooting) รองรับหน่วยความจำ SDXC Card ความจุสูงสุด 64GB และมีค่าความไวแสง (ISO) 160-12800

Panasonic GH2 จะมาพร้อมบอดี้สีดำและเงิน เลนส์ Lumix G Vario 14-140มม. ในส่วนของราคาจัดจำหน่ายนั้นยังไม่มีการเปิดเผยเป็นที่แน่ชัด

ฟูจินั้นสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานด้วย FinePix X100 กล้องดิจิตอลดีไซน์ย้อนยุค แต่มีช่องมองภาพแบบไฮบริด คือสามารถเลือกได้ว่าจะมองผ่านช่องมองผ่านแบบออปติคอล หรืออิเล็กทรอนิคส์ ที่มีความละเอียดสูงถึง 1,440,000 พิกเซล X100 มีตัวเครื่องที่ผลิตจากแม็กนิเซียมอัลลอย ใช้ APS-C เซ็นเซอร์ความละเอียด 12.3ล้านพิกเซล ชิปประมวลผล Fujifilm EXR ที่ช่วยให้สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวความละเอียด 720p มีค่าความไวแสง (ISO) สูงสุด 6400 สปีชชัตเตอร์ 30-1/4000 มาพร้อมเลนส์ Aspherical กว้าง 23มม. F2.0 และหน้าจอแสดงผลขนาดกว้าง 2.8 นิ้วความละเอียด 460,000 พิกเซล รองรับหน่วยความจำ SD/SDHC/SDXC Card สำหรับ Fujifilm FinePix X100 คาดว่าจะมีการเปิดตัวในช่วงต้นปี 2011
คาสิโอนั้นขอส่ง EX-H20G กล้องคอมแพกต์ที่มาพร้อม Geotagging ซึ่งจะช่วยระบุพิกัดสถานที่ลงไปในภาพถ่ายได้ ใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 14.1 ล้านพิกเซล, ซูม 10 เท่าในแบบออปติคอล มีค่าความไวแสง 80-3200 หน้าจอความละเอียดสูงขนาดกว้าง 3 นิ้ว สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง 720p (30fps.) และมีช่องต่อ HDMI

Casio EX-H20G จะวางจำหน่ายช่วงเดือนพฤศจิกายน ในราคา 349.99เหรียญ สหรัฐฯ หรือประมาณ 12,500 บาท
Pentax ขอโชว์Pentax K-5 กล้อง DSLR ระดับมืออาชีพที่ผลิตขึ้นมาเพื่อต่อยอดความสำเร็จของ Pentax K-7 อีกทั้งยังเปลี่ยนมาใช้ CMOS เซ็นเซอร์ความละเอียด 16.2 ล้านพิกเซล ตัวเครื่องผลิตจากแม็กนิเซียมอัลลอย และโครงด้านในผลิตจากสแตนเลสสติล ทนต่อความหนาวเย็นได้ต่ำสุด -10 องศา

มีหน้าจอแสดงผล Color LCD แบบกว้างขนาด 3 นิ้ว, ค่าความไวแสง (ISO) 100-51200 สามารถถ่ายภาพความเร็วสูงสุด 7 เฟรมต่อวินาที ระบบออโต้โฟกัส 11 จุด และโหมด HDR สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวที่ความละเอียด Full HD 1920x1080 (25fps.) แต่ที่น่าเสียดายก็คือ เจ้ากล้องตัวนี้รองรับการ์ดความจำแบบ SD/SDHC Card เท่านั้น

Pentax K-5 จะวางจำหน่ายช่วงกลางเดือนตุลาคม ในราคา 1199.99 ปอนด์ หรือประมาณ 58,000 บาท (พร้อมเลนส์ 18-55มม. WR)
สำหรับค่ายจากเมืองอาทิตย์อุทัย แม้ตอนนี้จะยังไม่มีอะไรใหม่ออกมาให้เห็น แต่โซนีก็ขอแต่งแต้มสีสันให้กับกล้อง NEX-3 และ NEX-5 ด้วยบอดี้สีสันสดสวย 8 สี ทั้งชมพู, ส้ม, น้ำตาล, น้ำเงิน, ครีม, ชมพูอ่อน, ขาว และบรอนด์ทอง

นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดตัวเฟิร์มแวร์ เวอร์ชัน 3.0 ให้กับกล้องทั้ง 2 ตัว เพื่อให้สามารถใช้งานในระบบออโต้โฟกัส ร่วมกับเลนส์ Alpha ที่ใช้มอเตอร์แบบ SAM และ SSM ได้
ด้านของแคนนอน ที่เปิดขายกล้องระดับกลาง 60D ซึ่งว่ากันว่าเป็นตัวต่อยอดของ 50D โดยเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ในการผลิตบอดี้ และเพิ่มปุ่มการใช้งานเข้ามาใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าต่างๆ ได้เร็วยิ่งขึ้น

ในส่วนของสเปคของเครื่องนั้นใช้เซ็นเซอร์แบบ APS-C CMOS ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล ระบบประมวลผล DIGIC 4 ค่าความไวแสงสูงสุด 12800, ใช้ระบบวัดแสง iFCL ที่สามารถวัดแสงได้ถึง 63 โซน, ระบบออโต้โฟกัส 9 จุด และสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวความละเอียดไฮเดฟฯ 1080p (30fps) และ 720p (60fps)
ปิดท้ายของงานวันนี้ที่บูธโอลิมปัสที่ขอโชว์ต้นแบบกล้องคอมแพกต์ตัวแรกของโลกที่ใช้เลนส์ Zuiko คุณภาพสูง โดยคาดการณ์ว่าข้อมูลเพิ่มเติมของกล้องตัวนี้จะถูกเปิดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2011
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

BMW เพิ่มอุปกรณ์เชื่อมต่อ iPad, iPod ในรถยนต์รุ่นใหม่


BMW เพิ่มอุปกรณ์เชื่อมต่อ iPad, iPod ในรถยนต์รุ่นใหม่ ค่ายรถยนต์หรู BMW จะติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ iPad และ iPod ไว้ในรถยนต์รุ่นใหม่ โดยลูกค้าสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์จาก Apple ได้สะดวกยิ่งขึ้น และ สามารถควบคุมการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ผ่านปุ่มควบคุมที่ติดตั้งมากับรถยนต์ รวมถึงการแสดงผลผ่านจอมอนิเตอร์ที่ติดตั้งไว้บนแผงหน้าปัดด้านหน้า นอกจากนี้ผู้ขับขี่รถยนต์รุ่นใหม่ของ BMW ยังสามารถใช้งานแอปพลิเคชั่น iDrive เพื่อการนำทางบนแผนที่ได้อีกด้วย
ที่มา siamphone

BlackBerry Torch 9800 สีสันใหม่โดย ColorWare

BlackBerry Torch 9800 สีสันใหม่โดย ColorWare ColorWare ผู้นำด้านการเปลี่ยนสีผลิตภัณฑ์สินค้าไอที มอบศิลปะความงามบนสมาร์ทโฟน BlackBerry Torch 9800 ดีไซน์หรู ให้ผู้ใช้งานได้บ่งบอกตัวตนผ่านสีสันสดใส สร้างเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใครได้อย่างสะดวก ผ่านทางเว็บไซต์ ColorWare โดยสามารถเติมแต่งสีสันกรอบตัวเครื่องของ BlackBerry Torch 9800 ได้อย่างอิสระตามจินตนาการของแต่ละบุคคล
เมื่อแต่งแต้มสีสันให้เป็นที่พอใจแล้ว ก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการส่งโทรศัพท์มือถือของตนเองไปให้ ColorWare ดำเนินการเปลี่ยนสีให้ หรือหากยังไม่มี BlackBerry Torch 9800 ก็สามารสั่งซื้อเครื่องใหม่ได้อีกด้วย ระยะเวลาการดำเนินการของ ColorWare จะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนสีประมาณ 8 พันบาท แต่หากสั่งซื้อเครื่องใหม่ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 32,600 บาท

ที่มา siamphone



Apple เตรียมออก iPad 2 ต้นปี 2011


Apple เตรียมออก iPad 2 ต้นปี 2011 Apple กำลังเร่งการผลิต iPad รุ่นที่ 2 ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า iPad รุ่นแรก โดยแหล่งข่าวอ้างว่า ทางบริษัทจะวางตลาด iPad 2 ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2011 ดูเหมือนข่าวที่ออกมานี้จะเป็นการสกัดคู่แข่งที่กำลังเดินเกมรุกอย่างหนัก อย่าง Samsung Galaxy Tab ที่จะว่าไป นี่แค่ปฐมบทของสมรภูมิแท็บเล็ตเท่านั้นนะครับ เพราะคาดว่า ต้นปีหน้าเราจะได้เห็นแท็บเล็ตสายพันธุ์ Android 3 จากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อีกหลายรายออกมาอย่างแน่นอน
สำหรับรายละเอียดของ iPad 2 จะเป็นแท็บเล็ตที่มีขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว โดยมาพร้อมกับกล้องด้านหน้า VGA และกล้องด้านหลัง 1 ล้านพิกเซล (ทำไมน้อยจัง? เทียบกับ Samsung Galaxy Tab จะมีกล้องด้านหลังที่ละเอียดถึง 3MP) ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเปิดเผยโดยบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เป็นพันธมิตรของ Apple อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของ iPad 2 ช่วยยืนยันข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า Apple กำลังย่อส่วนของ iPad เพื่อต่อสู้กับคู่แข่งที่มีหน้าจอเล็กอย่าง Dell Streak (5 นิ้ว) และ Samsung Galaxy Tab (7 นิ้ว) แต่ที่ต่างกับรายงานข่าวก่อนหน้านี้ก็คือ iPad รุ่นใหม่ไม่ได้ออกในช่วงวันหยุดปลายปีนี้ แต่เป็นต้นปีหน้า
สำหรับ iPad 2 จะผลิตโดย Pegatron โรงงานในไต้หวันที่ได้เซ็นต์สัญญาในการประกอบ iPhone CDMA ของ Apple ด้วย ซึ่งคาดว่าจะวางตลาดผ่านผู้ให้บริการโครงข่าย Verizon ในสหรัฐฯ ข่วงต้นปีหน้าด้วย อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของ Apple ที่จะผลิต iPad 2 ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่มีขนาดเล็กลงอาจจะส่งผลกระทบกับ iPad รุ่นแรก แต่ Apple ก็อาจจะต้องการลดขนาดของมัน เพื่อไม่ให้ iPad เป็นกินส่วนแบ่งตลาดของโน้ตบุ๊คของ Apple เองด้วย ทั้งนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ข่าวของ iPad 2 จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีก หรือไม่?
ที่มา Arip

Notebook กำลังจะตาย เพราะ iPad?

Notebook กำลังจะตาย เพราะ iPad รายงานข่าวนี้ชวนให้ตกใจสำหรับผู้ทีใด้อ่านอย่างแน่นอน เมื่อซีอีโอจากห้างจำหน่ายสินค้าคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่อย่าง BestBuy ออกมาตั้งคำถามว่า “โน้ตบุ๊คกำลังจะตายหรือเปล่า?” สาเหตุมาจากการที่เขาได้ตั้งข้อสังเกตจากสถิติยอดขายสินค้าในร้านแล้วพบว่า ไอแพด กำลังเขมือบยอดขายของโน้ตบุ๊คลดลงถึง 50% สถาบันการเงินอย่าง Morgan Stanley ตั้งข้อสังเกตว่า อัตราการเติบโตของยอดขายโน้ตบุ๊คเทียบปีต่อปีติดลบเป็นครั้งแรกในเดือน สิงหาคม โดยพวกเขาบอกว่า มันเป็นปรากฎการณ์ “แท็บเล็ตกลืนโน้ตบุ๊ค” ซึ่งมี ipad เป็นหัวหอก อย่างไรก็ตาม การเติบโตของโน้ตบุ๊คที่ติดลบก็ไม่ได้หมายความว่า โน้ตบุ๊คกำลังจะไปไม่รอด แต่เราไม่รู้เหมือนกันว่า รูปแบบของการเติบโตของยอดขายจะยังคงเป็นอย่างนี้ในปี 2011 หรือไม่? อัตราการเติบโตของโน้ตบุ๊คตกลงตั้งแต่เดือนมีนาคม และในเดือนกันยายนมันยังมีแนวโน้มที่จะลดลงอีก 4% นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไม Dell, Samsung และ HP กำลังแข่งกันทำตลาดแท็บเล็ตก่อนที่จะไม่สามารถแตะเบรค Apple ได้อีกต่อไป
“แท็บเล็ต”กำลังจะทำให้โน้ตบุ๊คพบจุดจบอย่างนั้นหรือ? บางทีการตัดสินตอนนี้ มันอาจจะเร็วเกินไป แม้ตัวเลขสถิติที่เห็นมันจะชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์ ก่อนหน้านั้นก็คงไม่มีใครเชื่อว่า ตลาดเดสก์ทอปจะหดหายไปจนเกือบมองไม่เห็น แต่นั่นเป็นเพราะวันนี้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ต้องการเพียงโน้ตบุ๊ค พูดง่ายๆ ก็คือ คอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่จะออกมาแทนที่คอมพิวเตอร์รู้แบบเก่านั่นเอง อย่างไรก็ดี โน้ตบุ๊คคงจะไม่หายไปจากตลาดเร็วๆ นี้ เหมือนเดสก์ทอปที่ยังคงมีใช้งานในองค์กรธุรกิจ และอุตสาหกรรมต่างๆ หลายปีจนถึงปัจจุบัน แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับคิดว่า โน้ตบุ๊คจะถูก”แท็บเล็ต”เข้ามาเสียบแทนที่ในอนาคต แบบที่โน้ตบุ๊คเข้ามาแทนที่เดสก์ทอปในปัจจุบัน หรือไม่?
ที่มา Arip

กล้องถ่ายรูปดิจิตอล+GPS มาแล้ว!!!

กล้องถ่ายรูปดิจิตอล+GPS มาแล้ว!!! Casio ได้เปิดตัวกล้องดิจิตอล (Point & Shoot) รุ่นใหม่ล่าสุด EXILIM EX-H20G โดยออกแบบมาสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินทาง เนื่องจากมันมีความสามารถในการทำงานเป็น GPS ด้วย โดยสามารถแสดงแผนที่นำทางที่จอ LCD ด้านหลังของตัวกล้องได้
o EXILIM EX-H20G มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ 14.1MP ซูมออพติคัลได้ 10X แถมยังสามารถบันทึกวิดีโอ H.264 720p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที หน้าจอ LCD ที่ด้านหลังจะมีขนาด 3 นิ้ว และฟังก์ชันที่ช่วยลดอาการภาพสั่นไหว (stabilization) โดยจุดเด่นของกล้องนอกจากคุณสมบัติที่ไฮเอ็นด์พอสมควรแล้ว เนื่องจากกล้องรุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อนักผจญภัยที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว ทางผู้ผลิตได้เพิ่มคุณสมบัติพิเศษที่ไม่สามารถพบได้ในกล้องดิจิตอลทั่วไปใน ท้องตลาด นั่นก็คือ GPS หรือแผนที่ดาวเทียม ซึ่งช่วยให้เจ้าของกล้องรุ่นนี้ไม่ต้องพกพา GPS อีกเครื่องหนึ่งให้พะรุงพะรัง

EXILIM EX-H20G เป็นกล้องไฮบริดกับระบบ GPS ซึ่งภายในต่อตรงระบบอ้างอิงตำแหน่งของ GPS เข้ากับเซ็นเซอร์การเคลื่อนไหวที่อยู่ภายในกล้อง เพื่อใช้อ้างอิงตำแหน่งของเจ้าของในขณะนั้น ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งจากรูปแบบการทำงานดังกล่าวก็คือ มันสามารถระบุตำแหน่งได้แม้ในยามที่ไม่มีสัญญาณ GPS แม้เทคนิคนี้อาจจะไม่ได้ถูกต้อง 100% แต่มันก็ดีกว่าไม่มีเสียเลย การเพิ่มฟังก์ชัน GPS เข้าไปใน EX-H20G นอกจากจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเดินทางได้อย่างมั่นใจแม้จะเป็นในสถานที่ที่ไม่ คุ้นเคยแล้ว มันยังสามารถเตือนจำได้อีกด้วยว่า ภาพแต่ละภาพหรือคลิปแต่ละคลิปนั้นถูกบันทึกจากที่ใด โดยเชื่อมโยงกับแผนที่ในกล้องได้อีกด้วยและในกรณีที่คุณเป็นนักท่องเที่ยว ที่เรื่องเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ในกล้อง EX-H20G ยังมีฐานข้อมูลสถานที่น่าท่องเที่ยวถึง 10,000 แห่งทั่วโลก โดยมันจะมีระบบแจ้งเตือนให้คุณทราบได้อีกด้วยว่า ในขณะนั้นคุณอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวที่ไหน? อย่างไรก็ตาม ไม่มีของฟรีในโลกเพราะฉะนั้นคุณควรจะมีแบตเตอรี่สำรองไว้ด้วย เนื่องจากมันน่าจะใช้แบตฯพอสมควร สนนราคาของ EXILIM EX-H20G อยู่ที 349.99 เหรียญสหรัฐ ประมาณ 11,000 บาท วางตลาดพฤศจิกายนนี้
ที่มา Arip

ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซด์ FlashSanook แฟลชเกมสนุกของคนออนไลน์